Banner
จีนเตรียมประชุมสมัชชาใหญ่ อาจกระทบอาเชียน
Monday, 05 January 2009 00:00
ที่มา : สมาคมฯ

12056579831205660585


แหล่ง ข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่าขณะนี้ทั่วประเทศจีนกำลังเตรียมการจัดประชุมสมัชชาประชาชนแห่ง ชาติ ประจำปี 2552 ซึ่งจะมีการประชุมในเดือนมีนาคม 2552 โดยได้กำหนดล่วงหน้ามานานแล้ว และในการนี้ เป็นธรรมเนียมที่ผู้นำจีนทุกคนจะไม่เดินทางออกไปต่างประเทศในช่วงก่อนและ หลังห้วงเวลาการประชุม




การประชุมสมัชชาใหญ่ของจีนมี 2 การประชุม คือ

อย่างแรก เป็นการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นพรรคที่ครองอำนาจรัฐในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการประชุมเกี่ยวกับแนวทางนโยบายต่าง ๆ การรายงานกิจการที่ผ่านมา การแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ๆ ภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีน และการอนุมัติรายชื่อบุคคลที่จะไปดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในรัฐบาล ในส่วนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น เมื่อที่ประชุมมีมติอย่างไรก็มีผลบังคับทันที แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาลจะมีผลต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากสมัชชา ประชาชนแห่งชาติ การประชุมนี้จะมีขึ้นในราวเดือนตุลาคมของแต่ละปี

อย่างที่สอง เป็นการประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติ หรือสภาประชาชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นสภาแห่งรัฐ เป็นการประชุมเกี่ยวกับแนวทางนโยบายต่าง ๆ ของรัฐและรายงานกิจการต่าง ๆ ของรัฐ ซึ่งทั้งหมดจะเชื่อมโยงจากผลการประชุมสมัชชาพรรค และยังมีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในรัฐหรือรัฐบาล เป็นการประชุมที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของแต่ละปี เป็นการจัดประชุมที่รับลูกจากผลการประชุมสมัชชาพรรคในเดือนตุลาคม

ก่อนและหลังการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ผู้นำทุกคนของจีนจะไม่เดินทางออกไปต่างประเทศ เพราะมีภารกิจสำคัญในการพบปะประสานงานและร่วมประชุมเตรียมการ ซึ่งมีวาระมากมาย ดังนั้นจึงอาจกระทบต่อการประชุมสุดยอดอาเชียนในประเทศไทยที่จะมีขึ้นในวัน ที่ 27 กุมภาพันธ์ ศกนี้ เพราะเป็นห้วงเวลาก่อนการประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติเพียงไม่กี่วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า ในตอนแรกมีการเตรียมการจะประชุมในกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบพร้อมเข้าร่วมประชุมแล้ว แต่ต่อมาฝ่ายไทยได้เปลี่ยนเวลาประชุมไปเป็นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อตารางกำหนดการทำงานของผู้นำจีน จึงเกรงว่าฝ่ายจีนอาจจะมาร่วมประชุมไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี ฝ่ายจีนให้ความสำคัญกับการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้นำจีนจึงพยายามปรับเวลาและจะใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อมาเข้า ร่วมประชุม ซึ่งคาดหวังว่าฝ่ายไทยย่อมเข้าใจความจำเป็นของฝ่ายจีน.