Banner
จีนขยายกรอบค้าหยวน นานาชาติชมอุ้มศก.โลก Print E-mail
Written by ไทยโพสต์   
Tuesday, 17 April 2012 08:48

 

     จีนขยายกรอบการแลกเปลี่ยนเงินหยวนเพิ่มเป็น 1% ในวันจันทร์ ส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งตัวมากขึ้น แม้จะยังอ่อนกว่าดอลลาร์ นานาชาติยกย่องปรับสมดุลเศรษฐกิจโลก
   

     อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนเมื่อปิดตลาดในวันจันทร์ มีมูลค่า 6.315 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์ ลดลงจากมูลค่าสูงสุดในวันศุกร์ที่ 6.325 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์ แต่ก็สูงกว่ามูลค่าเมื่อปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 6.303 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์
   

     ธนาคารกลางจีน กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 6.2960 ต่อ 1 ดอลลาร์ในวันจันทร์ จากเดิมที่กำหนด 6.2879 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ซึ่งนักลงทุนชี้ว่า เป็นเพราะจีนต้องการรักษาสเถียรภาพของค่าเงินหยวนเอาไว้
   

     ธนาคารแห่งประเทศจีนได้ประกาศในวันเสาร์ว่า นับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป จีนจะขยายกรอบการแลกเปลี่ยนเงินหยวนต่อเงินดอลลาร์ให้กว้างขึ้น 1% จากเดิมที่กำหนดเอาไว้ที่ 0.5%
   

     ทั้งนี้ ตลอดการแลกเปลี่ยนวันจันทร์ เงินหยวนมีค่าต่ำสุดที่ 6.3105 หยวนต่อดอลลาร์ และสูงสุดที่ 6.3250 ต่อหนึ่งดอลลาร์ โดยเงินหยวนอ่อนตัวลง 0.46% เมื่อปิดตลาดในวันจันทร์
   

     นโยบายขยายกรอบการแลกเปลี่ยนค่าเงิน มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ทิศทางค่าเงินหยวนเริ่มไม่สดใส ประกอบกับกระแสกดดันให้มีการแข็งค่าเงินหยวนเริ่มลดลง เนื่องจากบัญชีการค้าจีนเริ่มปรับตัวเข้าสู่สมดุล หลังหลายปีที่ผ่านมามีบัญชีเกินดุลจำนวนมหาศาลติดต่อกัน
   

     เจ้าหน้าที่รัฐอาวุโสของจีน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า และธนาคารกลางจีน เคยกล่าวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาว่า จะมีการขยายกรอบการแลกเปลี่ยนค่าเงิน แต่ยืนยันว่า ค่าเงินหยวนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับมูลค่าแท้จริงอยู่แล้ว
   

     นานาชาติและธนาคารระหว่างประเทศ ยกย่องนโยบายขยายกรอบการแลกเปลี่ยนค่าเงินของจีน โดยญี่ปุ่นกล่าวว่า การขยายกรอบการแลกเปลี่ยนจะช่วยให้จีนสามารถจัดการปัญหาเงินเฟ้อได้ดีขึ้น ในขณะที่สหรัฐชื่นชมนโยบายนี้ของจีน แต่ก็ยังคงย้ำว่าจีนควรปรับค่าเงินหยวนให้แข็งมากขึ้น
   

     ชางยอง รี นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังปรับตนเองจากผู้ส่งออกมาเป็นผู้บริโภคแทน ส่วนธนาคารกลางฟิลิปปินส์กล่าวว่า การขยายกรอบการแลกเปลี่ยนจะช่วยปรับสมดุลการค้าโลก ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา.

 

ขอขอบคุณที่มา :ไทยโพสต์