|

ปลัด กระทรวงศึกษาธิการ หารือกระทรวงศึกษาธิการจีน ปรับครูจีนเข้ามาสอนภาษามากขึ้น เพิ่มกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน เตรียมสร้างหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูงในสถานศึกษาไทย
ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายหลิว เปาหลี่ อธิบดีกรมความร่วมมือกับต่างประเทศ ประจำ ศธ. ของจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ในโอกาสที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางมาลงนามความร่วมมือเรื่องสำคัญต่างๆ กับทางประเทศจีน และหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องการศึกษารวมอยู่ด้วย ดังนั้น ตนในฐานะผู้แทนระดับกระทรวง จึงได้หารือกับทาง ศธ.ของจีน ในเรื่องความร่วมมือด้านการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนในสถานศึกษาของไทย โดยปัจจุบันมีนักศึกษาไทยสนใจเรียนภาษาจีนอยู่ถึงประมาณ 8 แสนคน แต่มีครูจีนเพียง 1,200 คน จึงมองว่าอาจจะยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้เรียน ดังนั้น ทาง ศธ.จึงขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลจีนให้ช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาของ ทั้ง 2 ประเทศ โดยขอให้ทางรัฐบาลจีนช่วยส่งครูจีนไปสอนภาษาที่ประเทศไทยเพิ่มอีก 10,000 คน โดยเริ่มจากปี 2555 เป็นปีแรกประมาณ 2,000 คน และทยอยไปเรื่อยๆ จนครบ 10,000 คน ภายในปี 2558 เพื่อให้คนไทยรู้ภาษาจีนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ทางประเทศไทยเองก็จะสนับสนุนส่งครูไทยมาสอนภาษาไทยให้นักศึกษาจีนเช่นกัน ทั้งนี้ การสอนภาษาอาจใช้นักศึกษาแลกเปลี่ยนสอนด้วย เช่น นักศึกษาจีนที่มาเรียนในไทย ก็ให้ช่วยสอนภาษาจีนกับนักศึกษาไทยด้วย

นอกจากนั้น ตนยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมทำงานร่วมด้านการศึกษาระหว่างไทย-จีน เพื่อให้การดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ และนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้เชิญ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ของจีนไปเยือนประเทศไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แนบแน่น มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยในฐานะกรรมการองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ยินดีให้การสนับสนุนกรณีที่จีนกำลังจะเสนอสถานที่สำคัญ 2 แห่ง คือ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

นางสาวศศิธารา กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ตนยังได้เดินไปเยี่ยมชมสถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของจีน พบว่าสถาบันดังกล่าวมีความเข้มแข็งในหลักสูตรการพัฒนาอบรมผู้บริหารเพื่อ เตรียมความเข้าสู่ตำแหน่งระดับสูง ซึ่งคล้ายกับสถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) ของไทย ดังนั้น ทางไทยจึงจะขอความร่วมมือจากจีนให้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปอบรม และจัดทำหลักสูตรสำหรับผู้บริหารให้ประเทศด้วย ซึ่งทางสถาบันก็ยินดีให้ความร่วมมือ

“การสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่าง สาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย คือการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมไทยและจีนในแต่ละประเทศ โดยการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมในแต่ละประเทศ และส่งเสริมการดำเนินงานของสถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อในประเทศไทย และให้มีการจัดมุม หรือศูนย์ไทยศึกษาในประเทศจีน นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักเรียน ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา และการเรียนการสอนภาษาจีน ตามที่ระบุไว้ในบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาของทั้งสอง ประเทศ และยังจะส่งเสริมการแลก เปลี่ยนครูอาสาสมัครรุ่นหนุ่มสาวให้มากขึ้น” ปลัด ศธ. กล่าว
ด้านนายหลิว กล่าวว่า ทางจีนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทย เพราะไทยถือเป็นเพื่อนบ้านและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเหมือนพี่น้อง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่มีความร่วมมือกันหลายด้าน อาทิ การลงนามความร่วมมือด้านการประกันคุณภาพการศึกษาระหว่างประเทศ ที่จีนได้ลงนามกับ 30 ประเทศ และหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ประเทศจีนมีนักศึกษาไทยไปศึกษาต่อมากที่สุดในประเทศอาเซียน และนักศึกษาจีนก็ไปเรียนในประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียนเช่นกัน.
ขอขอบคุณที่มา :ไทยรัฐออนไลน์
|