|
สื่อจีนเชื่อเงินหยวนยิ่งใหญ่ แต่ไม่แทนที่ดอลลาร์ |
|
|
|
Written by ASTVผู้จัดการออนไลน์
|
|
Monday, 23 April 2012 10:00 |
 |
| สัญลักษณ์เงินสกุล หยวนของจีน ซึ่งนับวันเริ่มสร้างสถานะเป็นสกุลเงินการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ อย่างรวดเร็ว ด้วยยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการของรัฐบาลจีน (ภาพเอเยนซี) |
|
 |
เอเยนซี - สื่อจีน วิเคราะห์การใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ซึ่งจะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน สื่อจีนรายงาน (20 เม.ย.) ว่า เมื่อไม่กี่ปีมานี้ คงยากที่ใครจะนึกว่าสกุลเงินหยวนจะกลายมาเป็นสกุลเงินที่ใช้กันทั่วโลกได้ อย่างไร แต่ทุกวันนี้ สถานะของเงินหยวนก้าวขึ้นมาในเวทีการค้าระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว เมื่อปีที่แล้ว 2554 จีนกับคู่ค้าได้ตกลงใช้เงินหยวนสำหรับการค้าระหว่างประเทศเป็นมูลค่าถึง 2.58 ล้านล้านหยวน มากกว่าปี 2553 ถึง 4 เท่าตัว และยังเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของมูลค่าการค้าของจีนด้วย ขณะเดียวกัน เงินหยวนยังได้ยึดกุมระบบการลงทุนทั้งการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ซึ่งเพิ่งนำร่องไปไม่นานนี้ และยอดเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีนเอง (ODI) โดยขณะนี้มียอดการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติในจีน มูลค่าถึง 1.1 แสนล้านหยวน ยิ่งไปกว่านั้น จีนก็ยังเป็นชาติที่มียอดการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติมากที่สุดในโลก ด้วย คือมีมูลค่าการลงทุนรวมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521- 2554 อยู่ที่ 1.22 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว รายงานข่าวกล่าวว่า โดยทางประวัติศาสตร์การใช้สกุลเงินการค้าระหว่างประเทศนั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น แซงหน้าสหราชอาณาจักรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และเพลี่ยงพล้ำไปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จนทำให้ตกอันดับผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกไปในช่วง ค.ศ. 1920 แต่ที่สุด ดอลลาร์สหรัฐ ก็ยังกลับมาใช้กันแพร่หลายแทนที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ และกลายเป็นทุนสำรองแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างผูกขาดช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับจีนนั้น ด้วยความที่เป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับสองของโลก จีนก็กำลังจะบูรณาการเข้ากับระบบเศรษฐกิจโลก และนี่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของสกุลเงินหยวนในระดับโลกเช่นกัน การใช้วิธีเจรจาระดับทวิภาคีในการใช้สกุลเงินหยวนในการค้ากับประเทศ อาเซียนนั้น เป็นอีกยุทธศาสตร์ที่ผลักดันให้เงินหยวนเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในระดับโลก ซึ่งอีกไม่นาน ธนาคารกลางจีนก็จะบรรลุข้อตกลงการใช้เงินหยวนในการค้าระดับทวิภาคีกับ 16 ชาติทั่วโลก ซึ่งรวมเป็นมูลค่ากว่าราว 1.6 ล้านล้านหยวน พร้อมไปกับการกระจายกิจการจีนไปยังต่างแดน ซึ่งไอเอ็มเอฟคาดว่าในปีที่ผ่านมา ยอดเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) ของจีนใน 178 ประเทศ มีมูลค่ารวม 4.37 แสนล้านดอลลาร์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ถ้าหากสกุลเงินหยวนต้องการจะเป็นสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศ ตลาดทุนของจีนต้องเปิดกว้างให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทุน แต่อย่างไรก็ตาม จีนยังสามารถกำหนดให้ฮ่องกง เป็นพื้นที่สำหรับเปิดกว้างรองรับสถานะศูนย์กลางการเงินโลกแห่งใหม่ไปก่อน ขณะที่ตลาดทุนในแผ่นดินใหญ่ยังคงต้องมีการปฏิรูปอีกจังหวะหนึ่งก่อน เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการสำรวจลูกค้าต่างแดนของธนาคารแห่งประเทศจีนราว 200 ราย พบว่า กว่าร้อยละ 67 ตอบว่ามีแผนที่จะใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดแจ้งของตลาดเงิน หยวนในระบบการค้า และตลาดทุน นอกจากนี้ การประกาศซื้อพันธบัตรรัฐบาลจีน ของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก็เป็นการขยายความน่าสนใจของเงินหยวนสำหรับบรรดานักลงทุน พร้อมๆ กับที่จีนเร่งปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้กับบรรดากลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ก็เช่นกัน ที่นับเป็นยุทธศาสตร์การสร้างวงล้อมของเงินหยวน แต่ทั้งหมดนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้สกุลเงินหยวนจะก้าวอย่างหนักแน่นรุดไป แต่สถานะสกุลเงินระหว่างประเทศก็ต้องเผชิญความเสี่ยงของระบบการเงินซึ่งไหล บ่าไปมาเช่นเดียวกัน เป็นสิ่งที่จีนต้องพบเจอ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าจีนจะยังไม่สามารถแทนที่เงินสกุลดอลลาร์ได้เหมือนที่ สหรัฐฯ แทนที่เงินปอนด์สเตอร์ลิง โดยเงินหยวนจะมีบทบาทที่ดี ในสถานะสกุลเงินแลกเปลี่ยน อีกทางเลือกหนึ่งของโลก.
ขอขอบคุณที่มา :ASTVผู้จัดการออนไลน์
|