|
ตะลึง เรือดำน้ำชั้น "ซ่ง" ของจีนโผล่ขึ้นจากน้ำกลางหมู่เรือรบสหรัฐในแปซิฟิค |
|
|
|
Written by กองบรรณาธิการ
|
|
Wednesday, 02 May 2012 10:15 |
มีรายงานข่าวจากวงการทหารของประเทศไทยว่า ในช่วงเวลาที่มีการซ้อมรบทางทะเลระหว่างกองทัพเรือสหรัฐกับกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ต่อเนื่องมาจนถึงการซ้อมรบระหว่างกองทัพเรือจีน-รัสเซีย นั้น ได้ปรากฏเรือดำน้ำชั้น “ซ่ง” ของกองทัพจีนโผล่ขึ้นกลางหมู่เรือในกองเรือที่ 7 ของสหรัฐในแปซิฟิคโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน
รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า ขณะนี้ทั้งสหรัฐและจีนได้ประสพความสำเร็จในการผลิตเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับที่ตรวจจับโดยเรด้าร์และโดยวิธีอื่นไม่ได้ โดยทางจีนได้สาธิตเครื่องบินชนิดนี้ที่เฉิงตูเมื่อปีที่แล้ว จนตะลึงกันทั้งโลกมาแล้ว เพราะเป็นการแสดงถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญของกองทัพจีน มาครั้งนี้การที่เรือดำน้ำชั้น “ซ่ง” ของจีน โผล่ขึ้นจากน้ำท่ามกลางหมู่เรือของกองเรือที่ 7 ในแปซิฟิคของสหรัฐโดยระบบเรด้าร์และระบบสัญญาณดาวเทียมอื่น ๆ ตรวจจับไม่ได้ ทำให้เกิดการตะลึงทั่วประเทศ เพราะในอดีตนั้นเชื่อกันว่าความเคลื่อนไหวใต้ท้องสมุทรสามารถตรวจจับได้ทั้งระบบเรด้าร์และระบบสัญญาณดาวเทียมและระบบสั่นสะเทือนอื่น ๆ การที่เรือดำน้ำชั้นซ่งของจีนสามารถเข้าไปใกล้หมู่เรือของกองเรือที่ 7 สหรัฐโดยตรวจจับไม่ได้ ได้สะท้อนให้เห็นว่าจีนประสพความสำเร็จในการกำจัดหรือต่อต้านการตรวจจับความเคลื่อนไหวใต้มหาสมุทรครั้งใหญ่แล้ว จนสามารถคุ้มครองให้เรือดำน้ำซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องบินหลายเท่าสามารถเล็ดรอดเข้าไปใกล้หมู่เรือของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐได้เพราะถ้าเป็นเหตุการณ์ในภาวะสงครามก็แสดงว่าจีนมีขีดความสามารถที่จะทำลายล้างกองเรือเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
ในเรื่องนี้ นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ให้ความเห็นว่านักวิชาการด้านยุทธศาสตร์และสงครามทั้งในโลกอิสลามและตะวันตกมีความเห็นไปในทางเดียวกันแล้วว่า จะเกิดสงครามขนาดใหญ่ขึ้นในโลกภายใน 2 ปีนี้ แต่จุดที่จะยับยั้งสงครามนั้นอยู่ที่ขีดความสมามารถของอิสราเอลและกลุ่มประเทศอิสลามบางประเทศในการมีและการหลบหลีกการตรวจจับอาวุธนิวเคลียร์เล็กเพราะตราบใดที่ตะวันตกและอิสราเอลยังตรวจจับเรื่องนี้ไม่ได้ก็จะไม่กล้าโจมตีอิหร่าน จึงทำให้สงครามใหญ่ในตะวันออกกลางยังไม่อาจกำหนดได้แน่ชัด แต่ในเอเซียนั้นเมื่อเกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวในการทดลองขีปนาวุธครั้งล่าสุดก็เป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดสงครามใหญ่ขึ้นในภูมิภาคนี้ก่อน แต่เมื่อเกิดเหตุสองประการขึ้นก็ทำให้การคาดหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไป
เหตุการณ์แรก คือการซ้อมรบระหว่างจีน-รัสเซีย ซึ่งเป็นการประกาศต่อตะวันตกว่าจีน-รัสเซีย จะร่วมมือกันในทางทหารและพร้อมปฏิบัติการในย่านทะเลเหลือง รวมทั้งแปซิฟิคด้วย ทั้งการซ้อมรบดังกล่าวก็ประสพความสำเร็จแม้ว่าจะมีหมอกหนาทึบ
เหตุการณ์ที่สอง คือเหตุการณ์ที่เรือดำน้ำของจีนสามารถเล็ดรอดไปผุดกลางหมู่เรือที่ 7 ของสหรัฐโดยไร้ร่องรอย นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้การก่อตัวเป็นพันธมิตรทางการทหารในระดับสากลปรากฏโฉมชัดขึ้นเรื่อย ๆ และการแสดงแสนยานุภาพและสมรรถนะของอาวุธยุทโธปกรณ์ก็เปิดออกมาเรื่อย ๆ ตราบใดที่แสนยานุภาพและสมรรถนะของอาวุธยุทโธปกรณ์ยังสมดุลอยู่ เมื่อนั้นก็จะระงับยับยั้งสงครามเอาไว้ได้ แต้ถ้าเสียดุลเมื่อใดก็จะเกิดสงครามเมื่อนั้น ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์มีน้ำใจกำเริบว่าแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐจะคุ้มครองให้ตนเองออกหน้าเข้าแย่งยึดผลประโยชน์ในทะเลจีนใต้ได้จึงออกหน้าสุดตัว ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสันติภาพในภูมิภาคนี้เลย เพราะหากฟิลิปปินส์มีปัญหากับจีนในเรื่องนี้ ก็ต้องเจรจากับจีนโดยตรงว่าจะจัดการกันอย่างไร เพราะเรื่องผลประโยชน์นั้นสามารถเจรจากันได้ การที่ฟิลิปปินส์ไปชักชวนสหรัฐและประเทศทั้งหลายที่ขัดแย้งกับจีนมางัดข้อกับจีนจึงเท่ากับเป็นการจุดสงครามและทำลายสันติภาพ.
|