Banner
“ไพศาล” ชี้คดีฆ่าลูกเรือจีน 13 คนไม่อยู่ในอำนาจศาลไทย เตือนอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน Print E-mail
Written by กองบรรณาธิการ   
Friday, 04 May 2012 09:40

 

     นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่า คดีชาวลาวฆ่าลูกเรือจีน 13 คนในแม่น้ำโขง ไม่อยู่ในอำนาจศาลไทย ปล่อยให้จีนและลาวเขาตกลงกันเอง เตือนอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน เกรงจะซ้ำรอยวิคเตอร์บูธ

         

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่านักการเมืองในรัฐบาลนี้หาเรื่องหาราวสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติไม่รู้จักหยุดหย่อน จนกำลังทะเลาะกับเพื่อนบ้านรอบทิศไปแล้ว คุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้

         

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าคดีฆ่าลูกเรือจีน 13 คนในแม่น้ำโขงในช่วงเกิดเหตุน้ำท่วมประเทศไทยปีที่แล้วนั้น เป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลไทยที่จะพิจารณาพิพากษา เพราะผู้ต้องหาที่ถูกทางการลาวจับในเรื่องนี้เป็นคนลาว จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลไทย และผู้เสียหายคือผู้ตายทั้งหมดก็เป็นคนจีน เดินทางมาจากประเทศจีน และถูกฆ่าในขณะที่อยู่บนเรือในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสากล ก็ไม่อยู่ในอำนาจศาลไทยอีก และเรือที่เกิดเหตุฆ่ากันตายก็ไม่ใช่เรือไทย แต่เป็นเรือจีน จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลไทยอีก รวมความก็คือคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลไทยที่จะพิจารณาพิพากษา แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไทยกำลังทำเรื่องที่เข้าลักษณะแกว่งเท้าหาเสี้ยน โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ขอตัวคนร้ายที่ทางการลาวจับได้เพื่อให้ส่งตัวมายังประเทศไทย ในขณะที่ทางการลาวจับคนร้ายรายนี้ในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติตามกฎหมายลาว ซึ่งรัฐบาลลาวมีอำนาจทำได้เพราะเป็นคนลาว และทำผิดตามกฎหมายของลาว ในขณะเดียวกันรัฐบาลจีนก็ขอให้ทางการลาวส่งตัวคนร้ายรายนี้ไปดำเนินคดีในประเทศจีน เนื่องจากลูกเรือที่ถูกฆ่าตายเป็นคนจีนและเรือที่ถูกปล้นก็เป็นเรือจีนและเกิดเหตุบนเรือจีน รัฐบาลจีนจึงมีอำนาจขอตัวไปดำเนินคดีได้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้กำลังยื้อกันอยู่ระหว่างรัฐบาลลาวกับรัฐบาลจีน ซึ่งอยากจะเตือนไว้ล่วงหน้าว่าทั้งรัฐบาลลาวและรัฐบาลจีนต้องระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือของชาติอื่น ที่จะขยายความขัดแย้งขึ้นระหว่างประเทศ เพราะมีคนต้องการทำลายความสัมพันธ์อันดีของประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้งจีนและลาวต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอนก็จะแก้ปัญหาได้

         

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสำหรับรัฐบาลไทยไม่ควรเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้ เพราะกรณีไม่อยู่ในอำนาจศาลไทยที่จะพิพากษาได้ ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และที่เกิดเหตุไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประเทศไทยเลย แต่ประเทศไทยหลงกลถูกชักลากเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดข้อพิพาทกับจีนและต้องการให้เกิดความเกลียดชังระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนจีน ซึ่งตนเองได้เตือนเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะตอนแรกคนจีนเข้าใจผิดคิดว่าทหารไทยปล้นฆ่าลูกเรือจีน และทางการไทยก็รับสมอ้างตามที่ถูกกล่าวหา ไปออกหมายจับทหารหลายคนในกองกำลังผาเมืองในข้อหาว่าปล้นฆ่าลูกเรือจีน ซึ่งต่อมาความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้วว่ามีการปล้นฆ่าลูกเรือจีน 13 คนอย่างโหดเหี้ยม ในแม่น้ำโขงตรงเขตลาว และมีการวางแผนหลอกทหารจากกองกำลังผาเมืองให้ไปจับยาเสพติด ครั้นกองกำลังผาเมืองเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในแม่น้ำโขง และเป็นแม่น้ำสากลก็มีการระดมยิงมาจากเรือลำนั้น ทหารกองกำลังผาเมืองจึงยิงสวนไปแล้วเสียงปืนก็เงียบลง พอขึ้นไปบนเรือก็ปรากฏว่าลูกเรือจีนทั้ง 13 คน ซึ่งมีเด็กอายุ 6 ขวบอยู่ด้วยถูกยิงที่ท้ายทอยเสียชีวิตทั้งหมดมาก่อนหน้านั้นแล้ว และถูกสวมกุญแจมือไพล่หลังไว้ทุกคน ไม่มีทางที่จะมายิงใส่ทหารไทยได้เลย นี่คือการวางแผนอันแยบยลเพื่อจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทย-จีน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่รับแผนนี้มาทำก็ขยายผลจนกระทั่งมีการออกหมายจับทหารของกองกำลังผาเมืองหลายคน และเมื่อขณะนี้ความจริงปรากฏแล้วว่าคนปล้นฆ่าลูกเรือจีนไม่ใช่ทหารจากกองกำลังผาเมืองของไทย แต่เป็นกลุ่มกองกำลังเฉพาะที่มีเบื้องหลังลึกลับเป็นผู้กระทำ รัฐบาลไทยจึงไม่ควรเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้อีก รังแต่จะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน สิ่งที่ต้องรีบทำก็คือรัฐบาลต้องสั่งการให้ตำรวจรีบยุติคดีที่กล่าวหาทหารจากกองกำลังผาเมืองนั้นเสีย และอาจต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทหารของชาติที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่แล้วถูกกลั่นแกล้งยัดข้อหาว่าเป็นคนร้ายปล้นฆ่ารายนี้ด้วย

         

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าถ้าหากรัฐบาลไทยยังดึงดันที่จะขอให้ทางการลาวส่งตัวคนร้ายรายนี้มาประเทศไทย ทางการลาวก็คงไม่ส่งให้ และรัฐบาลจีนก็คงเคืองใจเพราะย่อมเข้าใจได้ว่าคนในรัฐบาลไทยรับแผนมาช่วยเหลือคนร้ายที่ปล้นฆ่าลูกเรือจีน นี่เรียกว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง.