Banner
จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเล็งผุดFTA Print E-mail
Written by ไทยโพสต์ออนไลน์   
Monday, 14 May 2012 08:51


     ผู้นำสามชาติเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเห็นพ้องจะเปิดเจรจาทำข้อตกลงการค้า เสรีจีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นภายในสิ้นปีนี้ กรุยทางก่อนด้วยสัญญาว่าด้วยการลงทุน 3 ฝ่าย ส่วนปัญหาเกาหลีเหนือ ทุกฝ่ายยืนยันการยั่วยุครั้งใหม่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
   
     นายกฯ เวินเจียเป่า ของจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ 3 ชาติเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือประจำปี ครั้งที่ 5 ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ ประเด็นหลักที่เวินหารือกับนายกฯ โยชิฮิโกะ โนดะ ของญี่ปุ่น และประธานาธิบดีลี มุงบัก ของเกาหลีใต้ คือด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและปัญหาตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี
   
     กรณีเกาหลีเหนือนั้น ประธานาธิบดีลีกล่าวว่า ผู้นำสามชาติเห็นตรงกันว่า การยั่วยุครั้งใหม่ของเกาหลีเหนือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ 
   
     เดือนที่แล้วเกาหลีเหนือได้ยิงทดสอบจรวดพิสัยไกลแต่ล้มเหลวและทำให้ถูกคณะ มนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ลงโทษ หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าเกาหลีเหนืออาจทดลองระเบิดนิวเคลียร์ซ้ำอีกเป็นครั้ง ที่ 3
   
     ส่วนเวินรบเร้าทุกฝ่าย "กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องของการสานเสวนาและเจรจา" และว่า งานกดดันคือต้องพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดขยายวง กว้าง ขณะที่โนดะ กล่าวว่า รัฐบาลจีน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นควรร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกาหลีเหนือยั่วยุเพิ่มเติม 
   
     การประชุมสุดยอดผู้นำไตรภาคีวันนี้ ซึ่งเกิดภายหลังการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและพาณิชย์ ยังได้เป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงว่าด้วยการลงทุน 3 ทาง อันถือเป็นการกรุยทางสู่ข้อตกลงการค้าเสรีที่กว้างใหญ่ขึ้น โดยผู้นำทั้งสามตกลงกันว่า การเจรจาเอฟทีเอวรจะเริ่มต้นภายในสิ้นปีนี้
   
     "เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีความคึกคักทางเศรษฐกิจที่สุดใน โลก" เวินกล่าว "การจัดตั้งเอฟทีเอจะปลดปล่อยพลังขับทางเศรษฐกิจของภูมิภาคของเราและเสริม ส่งบูรณาการทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออก"
   
     สามชาตินี้เป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ ตามข้อมูลการศึกษาความเป็นไปได้ของการทำเอฟทีเอ 3 ฝ่ายซึ่งรัฐบาลต่างๆ เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วกล่าวว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของสามชาติรวมกันคิดเป็น 19.6% ของจีดีพีโลก ในปี 2553 ส่วนมูลค่าการส่งออกคิดเป็น 18.5% 
   
     จีนยังเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่สุดของทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ตัวเลขในรายงานของรัฐบาลจีนระบุว่ามูลค่าการค้า 3 ฝ่ายเมื่อปีที่แล้วเพิ่มเป็น 690,000 ล้านดอลลาร์ (21.5 ล้านล้านบาท) รายงานของซินหัวกล่าวว่า ความตกลงการค้าเสรีจะช่วยเพิ่มจีดีพีของจีนได้ 2.9%, ญี่ปุ่น 0.5% และเกาหลีใต้ถึง 3.1% 
   
     อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าเจรจาการค้าเสรีอย่างเต็มสูบไม่ใช่เรื่องที่จะบรรลุผลโดยง่าย แนวคิดนี้เคยถูกกล่าวถึงมานานนับสิบปีแล้ว ทั้งสามประเทศยังมีความแตกต่างกันทั้งประเด็นความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจทางการ เมือง, อุปสรรคการค้า และนโยบายการลงทุนที่ต่างกัน ยังไม่รวมกรณีที่จีนขยายอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหารซึ่งสร้างความกังวลใจแก่ เพื่อนบ้าน
   
     กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยในเว็บไซต์ว่า ข้อตกลงด้านการลงทุนของทั้ง 3 ชาตินี้ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จะช่วยกระตุ้นการลงทุนและส่งเสริมการค้าเพิ่มเติม โดยจะอำนวยความสะดวกด้านภาษีศุลกากร, ลดประเด็นปัญหาและข้อขัดแย้งต่างๆ ทางการค้าการลงทุน.

ขอขอบคุณที่มา :ไทยโพสต์ออนไลน์