Banner
จับตาอาจเกิดการปะทะระหว่างจีน-ฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้
Thursday, 24 May 2012 10:00

จับตาอาจเกิดการปะทะระหว่างจีน-ฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้
สำนักข่าวซินหัวได้รายงานข่าวว่าประเทศจีนจะควบคุมพื้นที่น่านน้ำแถบเกาะหวงหยางในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของจีนอย่างเข้มงวด พร้อมประกาศท่าทีไม่ต้องการให้ชาติที่ 3 เข้ามาแทรกแซงยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งเหนือดินแดนจีนดังกล่าว
หลังจากฟิลิปปินส์ได้แสดงท่าทีที่ก้าวร้าวมากขึ้นโดยประกาศชักชวนประเทศต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกับจีนให้ร่วมมือกันงัดข้อกับจีน และได้ซ้อมรบทางทะเลกับสหรัฐอเมริกาแล้ว ฟิลิปปินส์ได้ส่งเรือรบ เรือประมง เข้าไปในพื้นที่เกาะหวงหยางในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการท้าทายต่อประเทศจีน ในขณะเดียวกันจีนก็ได้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสแปลตลี่ย์ซึ่งรวมทั้งพื้นที่เกาะหวงหยางเป็นเขตท่องเที่ยวและส่งกองทหารพร้อมทั้งเรือรบในการปกป้องพื้นที่อย่างเข้มงวด
การแสดงท่าทีของฟิลิปปินส์ที่จะชักชวนประเทศที่ 3 เข้ามารุมกินโต๊ะจีนนั้น ขัดแย้งกับท่าทีของอาเซียนและผลการสัมมนาระหว่างประเทศที่สถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ได้จัดขึ้นเมื่อปีก่อน อนึ่ง มีรายงานข่าววงในจากฝ่ายความมั่นคงของไทยว่า เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน มีการประสานงานเป็นการภายในว่าจีนได้เคลื่อนกองกำลังทหารทางนาวีออกจากฐานทัพ มุ่งไปยังหมู่เกาะสแปลตลี่ย์ และหวังว่าไทยจะแสดงท่าทีที่จะรักษาสันติภาพในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะท่าทีที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แจ้งแก่รองประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เมื่อครั้งเดินทางเยือนไทยว่า ประเทศไทยสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคนี้แบบทวิภาคีและอย่างสันติ ซึ่งตรงกับผลการสัมมนาของสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ และเรื่องนี้รองประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในฐานะรองประธานคณะกรรมการการทหาร กองทัพปลดแอกประชาชนจีนได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้แสดงท่าทีดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต นำผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนที่แล้ว
ท่าทีของจีนในการปกป้องดินแดนย่านทะเลจีนใต้ต่อฟิลิปปินส์ ได้แข็งกร้าวขึ้นจนน่าสังเกต คือทั้งท่าทีทางการทูต ทั้งการเคลื่อนกำลังทางนาวี และการยืนหยัดประกาศให้พื้นที่ย่านหมู่เกาะสแปลตลี่ย์เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีความเด็ดขาดชัดเจนว่าไม่ยอมให้ชาติใดเข้ารุกรานยึดครองดินแดนส่วนนี้อย่างเด็ดขาด และท่าทีดังกล่าวก็มีแสนยานุภาพทางทหารหนุนหลังอย่างใกล้ชิด และเข้มข้นขึ้นทุกขณะด้วย
ในเรื่องนี้ นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เคยให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนว่าประเทศในเอเชียจะต้องไม่ยอมตัวเป็นเครื่องมือของชาติใด ๆ ที่จะก่อสงคราม หรือสร้างความขัดแย้งขึ้นในภูมิภาคนี้และสมควรใช้ท่าทีตามมติของอาเซียนและตามผลการสัมมนานานาชาติของสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ที่สนับสนุนให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประเทศในภูมิภาคนี้กระทำโดยทวิภาคีและโดยสันติ โดยไม่ยอมให้ประเทศที่ 3 เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย และผลการสัมมนาดังกล่าวจะป้องกันความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ไม่ให้ขยายตัวและป้องกันสงครามที่จะเกิดในภูมิภาคนี้ด้วย
และในขณะเดียวกัน นายไพศาล พืชมงคล ก็เชื่อว่าสถานการณ์ในขณะนี้ฟิลิปปินส์ไม่ควรมุ่งหวังว่าจะอาศัยแสนยานุภาพของสหรัฐอเมริกามาคุ้มครองหากว่ากระทำการรุกรานดินแดนจีน
นายไพศาล พืชมงคล ได้เผยกับสื่อมวลชนว่า เมื่อครั้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกเหลียงกวงเลียะ ของจีนเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาว่าขณะนี้ทั้งสองประเทศนั้นต่างก็พอรู้ศักยะสงครามของกันและกัน ทั้งสถานการณ์แวดล้อมในโลกก็ไม่เอื้ออำนวยให้สหรัฐอเมริกาช่วยเหลือฟิลิปปินส์ทำสงครามกับจีน ดังนั้นจึงเชื่อว่าฟิลิปปินส์จะค่อย ๆ ลดราวาศอกความก้าวร้าวลง และหันไปปฏิบัติตามมติและท่าทีดังกล่าวในที่สุด และถ้าเป็นเช่นนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ก็จะไม่บานปลายออกไป.สำนักข่าวซินหัวได้รายงานข่าวว่าประเทศจีนจะควบคุมพื้นที่น่านน้ำแถบเกาะหวงหยางในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของจีนอย่างเข้มงวด พร้อมประกาศท่าทีไม่ต้องการให้ชาติที่ 3 เข้ามาแทรกแซงยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งเหนือดินแดนจีนดังกล่าว 


     สำนักข่าวซินหัวได้รายงานข่าวว่าประเทศจีนจะควบคุมพื้นที่น่านน้ำแถบเกาะหวงหยางในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของจีนอย่างเข้มงวด พร้อมประกาศท่าทีไม่ต้องการให้ชาติที่ 3 เข้ามาแทรกแซงยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งเหนือดินแดนจีนดังกล่าว 

     หลังจากฟิลิปปินส์ได้แสดงท่าทีที่ก้าวร้าวมากขึ้นโดยประกาศชักชวนประเทศต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกับจีนให้ร่วมมือกันงัดข้อกับจีน และได้ซ้อมรบทางทะเลกับสหรัฐอเมริกาแล้ว ฟิลิปปินส์ได้ส่งเรือรบ เรือประมง เข้าไปในพื้นที่เกาะหวงหยางในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการท้าทายต่อประเทศจีน ในขณะเดียวกันจีนก็ได้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสแปลตลี่ย์ซึ่งรวมทั้งพื้นที่เกาะหวงหยางเป็นเขตท่องเที่ยวและส่งกองทหารพร้อมทั้งเรือรบในการปกป้องพื้นที่อย่างเข้มงวด 

     การแสดงท่าทีของฟิลิปปินส์ที่จะชักชวนประเทศที่ 3 เข้ามารุมกินโต๊ะจีนนั้น ขัดแย้งกับท่าทีของอาเซียนและผลการสัมมนาระหว่างประเทศที่สถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ได้จัดขึ้นเมื่อปีก่อน อนึ่ง มีรายงานข่าววงในจากฝ่ายความมั่นคงของไทยว่า เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน มีการประสานงานเป็นการภายในว่าจีนได้เคลื่อนกองกำลังทหารทางนาวีออกจากฐานทัพ มุ่งไปยังหมู่เกาะสแปลตลี่ย์ และหวังว่าไทยจะแสดงท่าทีที่จะรักษาสันติภาพในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะท่าทีที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แจ้งแก่รองประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เมื่อครั้งเดินทางเยือนไทยว่า ประเทศไทยสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคนี้แบบทวิภาคีและอย่างสันติ ซึ่งตรงกับผลการสัมมนาของสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ และเรื่องนี้รองประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในฐานะรองประธานคณะกรรมการการทหาร กองทัพปลดแอกประชาชนจีนได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้แสดงท่าทีดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต นำผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนที่แล้ว

     ท่าทีของจีนในการปกป้องดินแดนย่านทะเลจีนใต้ต่อฟิลิปปินส์ ได้แข็งกร้าวขึ้นจนน่าสังเกต คือทั้งท่าทีทางการทูต ทั้งการเคลื่อนกำลังทางนาวี และการยืนหยัดประกาศให้พื้นที่ย่านหมู่เกาะสแปลตลี่ย์เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีความเด็ดขาดชัดเจนว่าไม่ยอมให้ชาติใดเข้ารุกรานยึดครองดินแดนส่วนนี้อย่างเด็ดขาด และท่าทีดังกล่าวก็มีแสนยานุภาพทางทหารหนุนหลังอย่างใกล้ชิด และเข้มข้นขึ้นทุกขณะด้วย 

     ในเรื่องนี้ นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เคยให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนว่าประเทศในเอเชียจะต้องไม่ยอมตัวเป็นเครื่องมือของชาติใด ๆ ที่จะก่อสงคราม หรือสร้างความขัดแย้งขึ้นในภูมิภาคนี้และสมควรใช้ท่าทีตามมติของอาเซียนและตามผลการสัมมนานานาชาติของสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ที่สนับสนุนให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประเทศในภูมิภาคนี้กระทำโดยทวิภาคีและโดยสันติ โดยไม่ยอมให้ประเทศที่ 3 เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย และผลการสัมมนาดังกล่าวจะป้องกันความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ไม่ให้ขยายตัวและป้องกันสงครามที่จะเกิดในภูมิภาคนี้ด้วย

     และในขณะเดียวกัน นายไพศาล พืชมงคล ก็เชื่อว่าสถานการณ์ในขณะนี้ฟิลิปปินส์ไม่ควรมุ่งหวังว่าจะอาศัยแสนยานุภาพของสหรัฐอเมริกามาคุ้มครองหากว่ากระทำการรุกรานดินแดนจีน 

     นายไพศาล พืชมงคล ได้เผยกับสื่อมวลชนว่า เมื่อครั้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกเหลียงกวงเลียะ ของจีนเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาว่าขณะนี้ทั้งสองประเทศนั้นต่างก็พอรู้ศักยะสงครามของกันและกัน ทั้งสถานการณ์แวดล้อมในโลกก็ไม่เอื้ออำนวยให้สหรัฐอเมริกาช่วยเหลือฟิลิปปินส์ทำสงครามกับจีน ดังนั้นจึงเชื่อว่าฟิลิปปินส์จะค่อย ๆ ลดราวาศอกความก้าวร้าวลง และหันไปปฏิบัติตามมติและท่าทีดังกล่าวในที่สุด และถ้าเป็นเช่นนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ก็จะไม่บานปลายออกไป.