Banner
ไทย จีน ลงนาม พัฒนาโครงการความร่วมมืออุตสาหกรรมบริการทางด้านวัฒนธรรม นำเทคโนโลยีระดับสูงมาก่อสร้างเครือข่ายโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมยุคใหม่ของประเทศไทย บริการข้อมูลด้านการศึกษา วัฒนธรรม สินค้า ผ่านเครือข่ายดาวเทียม Print E-mail
Written by กองบรรณาธิการ   
Tuesday, 05 June 2012 15:51


     วันที่ 2 มิถุนายนที่ 2555 ที่โรงแรมโรงแรมเตี้ยวหยูไถ  นายไช่ อู่ (Cai Wu ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจีน ในฐานะนายกสมาคมและเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีนซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่ในการทำงานด้านวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายพินิจ จารุสมบัตินายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือ ระหว่างสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ซึ่งมีนางสุกุมล คุณปลื้มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายสนธยา คุณปลื้ม และนายเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ อุปนายกสมาคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ไทยจีน  ที่ได้เดินทางร่วมเป็นสักขีพยานลงนามในสัญญาการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือ ระหว่างสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน


     สาระสำคัญของการลงนามความร่วมมือวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างสมาคมของทั้ง 2 ประเทศที่นายไช่ อู่และนายพินิจ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2555 ระบุว่าสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้ยึดมั่นในความเสมอภาค และผลประโยชน์ร่วมกัน และการปรึกษาหารือกันอย่างเป็นมิตร และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความร่วมมือ ระหว่างประเทศจีน และ ประเทศไทย  เห็นตรงกันว่าจะใช้จุดแข็งของตน สนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อความร่วมมือในระยะยาว จึงได้มีข้อตกลงร่วมกันดังต่อไปนี้


     1.ภายไต้กรอบเขตความร่วมมือระยะยาวระหว่างรัฐบาลไทยและจีนได้ตกลงกัน สมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน จะสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นมิตรระหว่างสองสมาคม เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ  พัฒนาเทคโนโลยี การศึกษาเศรษฐกิจ และการค้า ส่งเสริมความร่วมมือในด้านวัฒนธรรม ศิลปะ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์และอื่นๆ ระหว่างองค์กรเอกชนของสองประเทศ


     2.ให้คำแนะนำและส่งเสริมองค์กรของประเทศจีนมาพัฒนาโครงการความร่วมมืออุตสาหกรรมบริการทางด้านวัฒนธรรม ส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองประเทศ นำเทคโนโลยีระดับสูงมาก่อสร้างเครือข่ายโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมยุคใหม่ของประเทศไทย จัดหาทรัพยากรทางด้านวัฒนธรรมของจีน ให้บริการวัฒนธรรม การศึกษา และการช็อปปิ้งสินค้าอื่นๆผ่านทีวีดาวเทียม และบริการข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียม สำหรับลูกค้าประเทศจีน ประเทศไทย และภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก


     3.ให้คำแนะนำ และส่งเสริมองค์กรของประเทศไทยทำการค้าวัฒนธรรมในประเทศจีน นำส่งสินค้าทางวัฒนธรรมของไทยเข้าไปประเทศจีน เพื่อส่งเสริมและขยายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

     4.ให้คำแนะนำ และส่งเสริมองค์กรทางวัฒนธรรมของสองประเทศร่วมมือกันสร้างพันธมิตร พัฒนาเวทีความร่วมมือระหว่างองค์กรทางวัฒนธรรมประเทศไทยและจีน เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี  อุตสาหกรรมที่มีวินัย เพื่อการพัฒนาร่วมกัน

     5.ทั้งสองฝ่ายจะใช้ข้อดีของตน  ติดต่อประสานงานเป็นประจำ ร่วมกันแนะนำนโยบาย ให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมองค์กร บริษัทเอกชนของสองประเทศ เพื่อจัดตั้งโครงการความร่วมมือทางวัฒนธรรมในไทยและจีน


     นั้นคือรายละเอียดของการลงนาม ที่ผู้นำของทั้ง 2 สมาคมเห็นว่าเป็นการลงนามความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งไม่เคยมีการลงนามความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการขององค์กรเอกชน ทั้ง 2 ประเทศมาก่อนเลย

     “ประเทศจีนและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนเสมือนเป็นญาติพี่น้องกัน สายสัมพันธ์ จีน – ไทย เหมือน คนในครอบครัวเดียวกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆด้าน ” นั้นเป็นคำทักทายของ ไช่ อู่ (Cai Wu )กับนายพินิจ จารุสมบัติ

      นายไช่ อู่บอกว่าการลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง  นับจากนี้ไปการแลกเปลี่ยน วัฒนธรรม ศิลปะการแสดง การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ด้านต่างๆระหว่างสมาคมทั้งสองประเทศจะมีความรุดหน้าต่อไป  การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ได้นำวัฒนธรรมมาช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนไทยให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีน ไทยมีอยู่ตลอดเวลาแต่ นับจากนี้ไปความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม หรือความร่วมมือให้การเผยแพร่อุตสาหกรรมด้วนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทยและประชาคมอาเซียนผ่านทีวีดาวเทียม และบริการข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียมในไทยสำหรับลูกค้าประเทศจีน ประเทศไทย และภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกต่อไป

     นอกจากนี้จากการสนทนาและเปลี่ยนระหว่างตัวแทนฝ่ายไทยกับรัฐมนตรีวัฒนธรรมของจีนครั้งนี้พบว่า รัฐบาลจีนเห็นว่าวัฒนธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง ต้องเผยแพร่วัฒนธรรมเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของประเทศต่างๆ

     นายไช่ อู่ บอกว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับงานด้านวัฒนธรรม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์มีที่มาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่  6 สมัยที่ 17  ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พรรคได้นำเอาวัฒนธรรมนำการพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง  วัฒนธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจ

     “เรามักได้ยินเสมอกับคำว่าต้องทำอย่างมีวัฒนธรรม หรือเมื่อเราจะวิจารณ์รัฐมนตรีที่แย่ที่สุดก็บอกว่าเป็นคนไม่มีวัฒนธรรม ดังนั้นวัฒนธรรมจึงมีความสำคัญยิ่ง ความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทยได้พัฒนาอย่างรวดเร็วในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน “รัฐมนตรีวัฒนธรรมของจีนกล่าว

     เช่นเดียวกับนายพินิจ จารุสมบัติ นายกสมาคมวัฒนธรรมไทย จีน บอกว่าการลงนามความร่วมมือวันนี้เป็นประวัติศาสตร์ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย จีน เพราะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างเอกชนกับเอกชนเป็นครั้งแรก แม้ว่าทั้งสองสมาคมฯจะมีความสัมพันธ์ของสองสมาคมมีมากว่า 20 ปี แต่ทีไม่มีการเซ็นกันมาก่อนระหว่างเอกกับกับเอกชน

     นายพินิจกล่าวว่า นอกจากนี้ทางการจีนให้ความสำคัญกับงานวัฒนธรรมอย่างมาก การลงนามครั้งนี้ก็มีรัฐมนตรีวัฒนธรรมของจีนที่เป็นนายกสมาคมสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีนโดยตำแหน่งด้วย แต่เป็นองค์กรเอกชน  ถือว่าทั้งสองประเทศได้ให้ความสำคัญทางด้านทางวัฒนธรรมที่จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและความร่วมมือทางการเมืองด้านอื่นต่อไป

     นายพินิจกล่าวว่า ผลของการลงนามครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีนที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดาวเทียม ให้กับไทยที่จะเข้าสู่การเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558  นับจากนี้ไปการเผยแพร่วัฒนธรรมของไทย จีน จะไม่มีเพียงช่องทางการแลกเปลี่ยนการแสดงงานศิลปวัฒนธรรม การแสดงในรูปแบบต่างๆเท่านั้น แต่จะเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่อุตสาหกรรมด้วนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทยและประชาคมอาเซียน ผ่านทีวีดาวเทียม และบริการข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียมของจีนสำหรับประเทศไทยด้วยและจากนี้ไปความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมไทย จีนจะมีเป้าหมายและมีแผนงานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นนับจากนี้ไห จะไม่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนในการเยี่ยมเยือนเท่านั้นแต่จะมีเนื้อหาวัฒนธรรมของแต่ละประเทศออกไปเผยแพร่ด้วย

     นายพินิจกล่าวว่า ทางสมาคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจไทย จีนของเราก็พร้อมตลอดเวลาพร้อมที่จะทุ่มเทแรงการแรงใจในการทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความคุ้นเคย เสมือนญาติพี่น้องกันโดยใช้งานด้านวัฒนธรรมเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ.