Banner
′วอชิงตันโพสต์′วิเคราะห์สหรัฐ คัมแบ๊กอาเซียน หวังถ่วงดุลอำนาจจีน Print E-mail
Written by มติชนออนไลน์   
Tuesday, 26 June 2012 13:06


     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พ.วอชิงตันโพสต์ ฉบับวันที่ 24 มิ.ย. เผยแพร่รายงานข่าวอ้างความเห็นของแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาหลายคน รวมทั้งบรรดานักวิเคราะห์ต่างๆ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาต้องการกลับมาใช้ฐานทัพที่เคยใช้ในหลายประเทศในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งในไทย พร้อมปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวเพื่อแข่งอิทธิพลกับจีนที่นับวันจะมีอำนาจอิทธิพลมากยิ่งขึ้นในภูมิภาค โดยเตรียมการนำอาวุธและระบบตรวจการณ์-สอดแนมทันสมัยเข้ามาประจำการในภูมิภาคในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ หวังจะใช้โครงการความร่วมมือทางทหารเพื่อมนุษยธรรมและการกู้ภัย-บรรเทาวินาศภัยในไทยเป็นจุดเริ่ม


     วอชิงตันโพสต์ อ้างความเห็นของเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนระบุตรงกันว่า สหรัฐไม่ได้มีความต้องการส่งกำลังจำนวนมากเข้ามาประจำการในประเทศใดประเทศหนึ่งอีกครั้ง แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีเงินมากพอที่จะสร้างฐานทัพขึ้นมาใหม่ จึงมองหาลู่ทางให้ได้รับความเห็นชอบให้กองกำลังของตนสามารถปฏิบัติการได้เป็นครั้งคราวจากพื้นที่ซึ่งเดิมเคยเป็นฐานทัพอเมริกันในฐานะแขก และระบุว่า พล.อ.มาร์ติน อี. เดมพ์ซีย์ ประธานคณะกรรมาธิการทหารร่วมของกองทัพสหรัฐอเมริกาเองก็ยอมรับว่า ต้องการหา "หุ้นส่วน" ให้สามารถหมุนเวียนกำลังได้ เพื่อสร้างขีดความสามารถร่วมและด้วยผลประโยชน์ร่วมกันขึ้น


     รายงานข่าวระบุว่า ความร่วมมือเป็นครั้งคราวในหลากหลายระดับ อาทิ การแวะจอดเทียบท่าของเรือรบและการซ้อมรบร่วม กับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมานานหลายปีแล้ว แต่สหรัฐเพิ่งตัดสินใจให้เรื่องการขยายขอบเขตการเข้าถึงฐานทัพเก่าของตนเป็นเรื่องเร่งด่วนขึ้นมาเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศยุทธศาสตร์หวนกลับคืนสู่เอเชียอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารอเมริกันเองปฏิเสธว่า การดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อยับยั้งอิทธิพลของจีน แต่มีเป้าหมายเบื้องต้นเป็นการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคเพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางการเดินเรือและการค้าจะยังคงมีเสรีต่อไป


     วอชิงตันโพสต์ชี้ว่า การเดินทางเยือนของ พล.อ.มาร์ติน อี. เดมพ์ซีย์ ประธานคณะกรรมาธิการทหารร่วมของกองทัพสหรัฐอเมริกา คนแรกในรอบกว่าทศวรรษที่เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงการกลับมาให้ความสำคัญกับไทยใหม่ โดยที่นายแอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีช่วยกลาโหม เตรียมเดินทางเยือนตามมาในเดือนหน้านี้ และนายลีออน พาเนทตา รัฐมนตรีกลาโหมเองก็ได้รับคำเชิญจากฝ่ายไทยหลังพบกันที่สิงคโปร์เมื่อไม่นานมานี้ให้เดินทางมาเยือนด้วยเช่นเดียวกัน เป้าหมายก็เพื่อหาลู่ทางกลับมาใช้งานสนามบินอู่ตะเภา ที่นอกจากจะเป็นสนามบินทหารที่มีรันเวย์ยาวที่สุด (ราว 3 กิโลเมตร) แล้วยังเป็นฐานทัพที่สหรัฐอเมริกาสร้างไว้เองเมื่อทศวรรษ 1960 จึงคุ้นเคยมากเป็นพิเศษ

ขอขอบคุณที่มา :มติชนออนไลน์

Last Updated on Tuesday, 26 June 2012 13:07