Banner
พิพาททะเลจีนใต้ Print E-mail
Written by เดลินิวส์ออนไลน์   
Monday, 02 July 2012 13:43


     สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ทำให้สหรัฐเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด และมองว่า การเจรจาระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เห็นพ้องกันต่อการวางแนวทางของระเบียบปฏิบัติ ได้ผ่อนคลายความขัดแย้งอย่างร้าวลึกกรณีที่ต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนในทะเลจีนใต้


     ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นเป็นประเด็นหารือ เมื่อฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเดินทางไปกัมพูชาในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อหารือกับสมาคมประชา ชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และมหาอำนาจต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมทั้งจีน


     เคิร์ต แคมป์เบลล์ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกกล่าวที่ศูนย์ยุทธศึกษาระหว่างประเทศว่า เขาเข้าใจว่า ร่างข้อเสนอว่าด้วยระเบียบปฏิบัติกำลังอยู่ระหว่างการหารือ และสหรัฐคาดหวังที่จะทราบรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นในระหว่างอยู่ที่กัมพูชา อย่างไรก็ตาม แคมป์เบลล์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติที่ควรจะเป็น แต่ยอมรับว่า ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้เต็มไปด้วยปัญหาที่ยุ่งยากอย่างยิ่ง และกระตุ้นอารมณ์ความรักชาติให้เกิดขึ้น


     อาเซียนกับจีนเห็นพ้องกันเมื่อปี 2545 ในการเจรจาว่าด้วยระเบียบปฏิบัติ แต่เท่าที่ผ่านมาการเจรจาดังกล่าวมีความคืบหน้าน้อยมากจนเห็นได้ชัด เนื่องจากจีนต้องการเจรจากับประเทศคู่กรณีเป็นราย ๆ ไป ไม่ใช่การเจรจาแบบรวมกลุ่มอย่างนี้ กลุ่มรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งเคยประชุมกันที่กรุงพนมเปญของกัมพูชาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กล่าวด้วยความหวังว่า พวกเขาจะทำให้ความเห็นที่แตกต่างกันแคบลง และร่วมลงนามในระเบียบปฏิบัติกับจีนช่วงสิ้นปีนี้


     ฟิลิปปินส์กับเวียดนามกล่าวหาจีนอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้อย่างก้าวร้าว จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันพอสมควร ทำให้นักการทูตและผู้บัญชาการทหารหวั่นเกรงว่า สักวันปัญหาดังกล่าวอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง ส่วนสหรัฐเมื่อไม่นานนี้ได้ขยายความสัมพันธ์ทางทหารกับฟิลิปปินส์และเวียดนาม อันเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลอเมริกันภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์กับเอเชียให้มากขึ้น


     ลีออน พาเนตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวที่การประชุมประจำปีแชงกรี-ลา ไดอาล็อค ในสิงคโปร์เมื่อต้นเดือนที่แล้วว่า รายละเอียดของระเบียบปฏิบัติยังคงคลุมเครือ แต่ถึงกระนั้น ระเบียบปฏิบัติจะมีผลผูกพันเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาขัดแย้ง นอกจากนี้ การประชุมอาเซียนประจำปี 2553 ในเวียดนาม คลินตันบอกว่า สหรัฐมีความสนใจในการเปิดทางเข้าสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของโลก


     คำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐก่อให้เกิดกระแสตอบรับทั่วเอเชีย โดยเฉพาะประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ล้วนยินดีที่จะกระชับความร่วมมือกับสหรัฐ แต่จีนกล่าวหาคลินตัน กำลังโหมความตึงเครียดให้เกิดขึ้นในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แคมป์เบลล์กล่าวว่า คลินตันยังเล็งไปที่การเยือนลาว หากมีการยืนยัน คลินตันจะกลายเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนแรกที่เดินทางเยือนลาว นับตั้งแต่ชัยชนะของคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2518


     สหรัฐสถาปนาความสัมพันธ์ทาง การค้าระดับปกติกับลาวเมื่อปี 2547 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับลาวยังคงมีความอึดอัด จากกรณีการปฏิบัติต่อชาวม้ง ชาวเขาในลาวที่เคยช่วยเหลือกองทัพสหรัฐสมัยสงครามเวียดนาม.

ขอขอบคุณที่มา :เดลินิวส์ออนไลน์