|
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- เจ้าหน้าที่ของลาวกล่าวว่าจะยังไม่สร้างเขื่อนไซยะบูลีอีก จนกว่าจะมีการปรึกษาหารือจนเป็นที่ยอมรับของบรรดาหุ้นส่วนต่างๆ เพื่อทำให้โครงการเขื่อนมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์มีความโปร่งใสมากที่สุด และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
สื่อของทางการอ้างการเปิดเผยของนายวีละพน วีละวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ลาว
การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีผู้นี้มีขึ้นหลังจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและต่อต้านการก่อสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงในลาว กล่าวหาว่าบริษัท ช.การช่าง จากประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ลงทุนในโครงการ ยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไปลับๆ โดยไม่ปฏิบัติตามคำมั่นต่อประชาคมระหว่างประเทศ ที่จะหยุดก่อสร้างลงชั่วคราว เพื่อศึกษาผลกระทบใหม่อย่างรอบด้าน
"เราวางแผนจะเชื้อเชิญหุ้นส่วนร่วมการพัฒนาทั้งหลายและสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงไปเยี่ยมชมโครงการ เพื่อให้ได้ประจักษ์ต่อการพัฒนาด้วยตนเอง" หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส อ้างคำกล่าวของรัฐมนตรีช่วยว่าการ
"เขื่อนไซยะบูลีจะพัฒนาให้เป็นโครงการเขื่อนที่โปร่งใสและทันสมัยมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก" นายวีละพนกล่าวกับเวียงจันทน์ไทม์ส แต่ก็ยอมว่าการสำรวจชั้นดินด้านธรณีศาสตร์ ยังคงดำเนินต่อไป
รัฐมนตรีลาวยังเปิดเผยอีกว่า รัฐบาลได้ว่าจ้างกลุ่ม Poyry กับบริษัท Companie Nationale du Rhone เป็นที่ปรึกษาอิสระ ทั้งสองแห่งได้แนะนำให้ดัดแปลงแก้ไขโครงการ เพื่อให้ความมั่นใจต่อประเทศเพื่อนบ้านว่า เขื่อน 1,360 เมกะวัตต์ ที่เมือง (อำเภอ) ไซยะบูลี ในแขวง (จังหวัด) ไซยะบูลีจะไม่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- เจ้าหน้าที่ของลาวกล่าวว่าจะยังไม่สร้างเขื่อนไซยะบูลีอีก จนกว่าจะมีการปรึกษาหารือจนเป็นที่ยอมรับของบรรดาหุ้นส่วนต่างๆ เพื่อทำให้โครงการเขื่อนมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์มีความโปร่งใสมากที่สุด และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สื่อของทางการอ้างการเปิดเผยของนายวีละพน วีละวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ลาว การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีผู้นี้มีขึ้นหลังจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและต่อต้านการก่อสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงในลาว กล่าวหาว่าบริษัท ช.การช่าง จากประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ลงทุนในโครงการ ยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไปลับๆ โดยไม่ปฏิบัติตามคำมั่นต่อประชาคมระหว่างประเทศ ที่จะหยุดก่อสร้างลงชั่วคราว เพื่อศึกษาผลกระทบใหม่อย่างรอบด้าน "เราวางแผนจะเชื้อเชิญหุ้นส่วนร่วมการพัฒนาทั้งหลายและสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงไปเยี่ยมชมโครงการ เพื่อให้ได้ประจักษ์ต่อการพัฒนาด้วยตนเอง" หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส อ้างคำกล่าวของรัฐมนตรีช่วยว่าการ "เขื่อนไซยะบูลีจะพัฒนาให้เป็นโครงการเขื่อนที่โปร่งใสและทันสมัยมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก" นายวีละพนกล่าวกับเวียงจันทน์ไทม์ส แต่ก็ยอมว่าการสำรวจชั้นดินด้านธรณีศาสตร์ ยังคงดำเนินต่อไป รัฐมนตรีลาวยังเปิดเผยอีกว่า รัฐบาลได้ว่าจ้างกลุ่ม Poyry กับบริษัท Companie Nationale du Rhone เป็นที่ปรึกษาอิสระ ทั้งสองแห่งได้แนะนำให้ดัดแปลงแก้ไขโครงการ เพื่อให้ความมั่นใจต่อประเทศเพื่อนบ้านว่า เขื่อน 1,360 เมกะวัตต์ ที่เมือง (อำเภอ) ไซยะบูลี ในแขวง (จังหวัด) ไซยะบูลีจะไม่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน
. ปีที่แล้วเวียดนามซึ่งอยู่ตอนปลายสุดของแม่น้ำโขงและจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในลำน้ำสายนี้ได้ฟื้นโครงการเขื่อนไซยะบูลี ให้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) ทบทวนโดยได้รับการสนับสนุนจากกัมพูชา และฝ่ายลาวตกลงยืดเวลาการก่อสร้างออกไป บริษัทลูกของกลุ่มบริษัทน้ำมันและก๊าซแห่งชาติเวียดนามหรือ “ปิโตรเวียดนาม” ก็เป็นผู้ลงทุนในโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ใกล้กับเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง บริษัทปิโตรเวียดนามผลิตไฟฟ้าจำกัด เซ็นบันทึกช่วยความจำกับทางการลาวในวันที่ 12 ต.ค.2550 เพื่อศึกษาเป็นเวลา 30 เดือน แต่นั้นมายังไม่มีการเปิดเผยใดๆ อีกเกี่ยวกับโครงการเขื่อน 1,410 เมกะวัตต์ มูลค่าก่อสร้างราว 4,000 ล้านดอลลาร์ ยังมีโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงในลาวอีกอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งเป็นของนักลงทุนจากจีน คือ เขื่อนปากแบงขนาด 1,300 เมกะวัตต์ ในแขวงอุดมไซ กับเขื่อนปากลาย 1,320 เมกะวัตต์ในแขวงไซยะบูลี นอกจากนั้นบริษัทจากไทยยังเป็นเจ้าของโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงอีก 3 หรือ 4 แห่งในภาคใต้ของลาว ปัจจุบันจึงมีเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพียงแห่งเดียวที่อยู่ระหว่างก่อสร้างคือ โครงการดอนสะโฮงขนาด 240 เมกะวัตต์ ของกลุ่มเมกะเฟิร์ส จากมาเลเซีย แต่สร้างกั้นทางน้ำไหลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ฮูสะโฮง” ในเขตสี่พันดอน ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดในดินแดนลาว.
ขอบคุณที่มา::www.manager.co.th
|