|
คลังเผยเศรษฐกิจไทยเดือนมิ.ย.ขยายตัวต่อเนื่อง รับส่งออกเริ่มชะลอ พร้อมจับตาปัญหาหนี้ยุโรป-เศรษฐกิจจีนชะลอ-อินเดียเงินเฟ้อพุ่ง กดดันศก.
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ดี โดยมีแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศจากการบริโภคและการลงทุนที่ขยายตัวได้ดี สะท้อนได้จากยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ในเดือนมิถุนายน 2555 ที่ขยายตัวร้อยละ 10.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 6.3 สอดคล้องกับปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือนมิถุนายน 2555 ที่ขยายตัวได้ในระดับสูงที่ร้อยละ 84.2 ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวร้อยละ 77.0 จากไตรมาสก่อนหน้าที่หดตัวร้อยละ -5.4
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเช่นกัน สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวร้อยละ 8.8
ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 38.9 ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 22.0 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 11.0 เช่นเดียวกับปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 68.3 ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 62.3
ในขณะที่ภาคการส่งออกเริ่มมีสัญญาณชะลอลง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือนมิถุนายน 2555 หดตัวร้อยละ -4.2 ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 หดตัวร้อยละ -0.04 โดยเป็นการหดตัวของการส่งออกไปยังประเทศ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และฮ่องกง เป็นสำคัญ
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจมหภาค ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกที่หดตัวในเดือนมิถุนายน 2555 โดยเฉพาะการส่งออกไปยังกลุ่มสหภาพยุโรปที่หดตัวในระดับสูงกว่าร้อยละ -17.6 ซึ่งการส่งออกที่ชะลอตัวนี้ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทย สะท้อนได้จากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน 2555 ที่หดตัวร้อยละ -9.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวสรุปว่า ในระยะต่อจากนี้ไป ประเด็นทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองมี 2 ประเด็น คือ (1) ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดยังคงสะท้อนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง เช่น ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มสหภาพยุโรปล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2555 ที่หดตัวร้อยละ -2.8 และอัตราการว่างงานของกลุ่มสหภาพยุโรปที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 11.1 และ (2) ทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและอินเดีย ที่สะท้อนได้จากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 7.6 ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี จากการชะลอตัวของการส่งออกและการลงทุนของภาคเอกชนเป็นสำคัญ
ขณะที่เศรษฐกิจอินเดียที่กำลังประสบปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 7.3 อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทย และเสถียรภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2555 สามารถขยายตัวได้ตามคาดการณ์ที่ร้อยละ 5.7
"เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ยังคงขยายตัวได้จากการใช้จ่ายภายในประเทศ ทั้งจากการบริโภคและการลงทุน แต่ภาคการส่งออกเริ่มมีสัญญาณชะลอลงโดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2555 ในขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี"
1. การบริโภคภาคเอกชนในเดือนมิถุนายนและไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ในเดือนมิถุนายน 2555 กลับมาขยายตัวร้อยละ 10.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดือนก่อนหน้าที่หดตัวร้อยละ -0.2 ส่งผลให้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 6.3 สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือนมิถุนายน 2555 ขยายตัวร้อยละ 4.1 ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 13.9 ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 7.5 ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 14.1
ขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนสะท้อนได้จากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือนมิถุนายน 2555 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 84.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 137.5
ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวร้อยละ 77.0 จากไตรมาสก่อนหน้าที่หดตัวร้อยละ -5.4 เนื่องจากกำลังการผลิตที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในเดือนมิถุนายน 2555 หดตัวร้อยละ -4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 14.7 ตามการลดลงของยอดขายรถจักรยานยนต์ในส่วนของภูมิภาคและยอดขายรถจักรยานยนต์ใน กทม. ที่หดตัวร้อยละ -4.5 และร้อยละ -2.8 จากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 13.3 และร้อยละ 20.9 ตามลำดับ เนื่องจากปัจจัยฐานสูงปีก่อนที่รถจักรยานยนต์ขยายตัวในระดับสูง
ในขณะที่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 4.4 เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่หดตัวร้อยละ -0.6 สะท้อนถึงการบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทนของประชาชนในระดับฐานรากฟื้นตัวดี
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนมิถุนายน 2555 อยู่ที่ระดับ 68.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ระดับ 67.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง เป็นสำคัญ
ขอขอบคุณที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
|