|
อาเซียนไม่ลงรอยเรื่องทะเลจีนใต้ กระทบรวมประชาคม ผลประโยชน์ทับซ้อน |
|
|
|
Written by หนังสือพิมพ์แนวหน้า
|
|
Friday, 03 August 2012 13:52 |
|
จาการ์ตา (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) มีความเห็นไม่ลงรอยกันว่าจะจัดการเรื่องจีนอ้างสิทธิทับซ้อนในทะเลจีนใต้อย่างไรมีผลต่อการตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ในขณะที่ชาติสมาชิกจะต้องพยายามก้าวข้ามผลประโยชน์ของประเทศที่ทับซ้อนกัน
เจ้าหน้าที่และนักการเมืองในอาเซียนกล่าวว่า ความไม่ลงรอยนี้ไม่น่าจะส่งผลโดยตรงต่อการตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่นักวิเคราะห์มองว่าการที่จีนลงทุนในอาเซียนมากขึ้นทำให้มีอิทธิพลจนถึงขั้นสามารถขัดขวางไม่ให้อาเซียนมีจุดยืนร่วมกันในเรื่องทะเลจีนใต้
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่าการที่ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กัมพูชาไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้เป็นครั้งแรกเป็นเพียงสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากอาเซียนไม่มีกลไกกลางที่แข็งแกร่งก็ยากจะประสานและตรวจสอบประเด็นต่างๆ ที่อาจลุกลามเป็นเรื่องใหญ่
ด้านนายอเล็กเซียส เจมาดู คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเปลิตา ฮาราปัน ในอินโดนีเซีย กล่าวว่า สมาชิกอาเซียนจะดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักดังที่เกิดขึ้นกับข้อพิพาททะเลจีนใต้ ในกรณีของกัมพูชานั้น จีนให้ในสิ่งที่กัมพูชาต้องการ ขณะที่อาเซียนให้สิ่งที่เป็นนามธรรม หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ ของจีน เคยรายงานว่าตั้งแต่ปี 2537-2554 จีนลงทุนในกัมพูชารวม 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 272,800 ล้านบาท) ปัจจุบันจีนเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในกัมพูชาและพม่า และกำลังไล่ตามยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐขึ้นเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในอาเซียนทั้งภูมิภาค
ส่วน ไบรโอนี หลิว นักวิจัยเรื่องทะเลจีนใต้ของอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ปในอินโดนีเซีย ชี้ว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่กัมพูชาที่ผ่านมาถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะจีนไม่เพียงสร้างความแตกแยกในอาเซียนด้วยการให้ความสำคัญกับกัมพูชาเป็นพิเศษ แต่ยังมีเจตนาที่จะทำเช่นนั้นอย่างเปิดเผยด้วย
ขอขอบคุณที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
|