|
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเปิดทำเนียบรัฐบาล รับการเข้าเยี่ยมอำลาของคณะข้าราชการทุนการศึกษา รุ่นที่ 8 จำนวนทั้งสิ้น 70 คน ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ประกาศรัฐบาลสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และขอให้ทุกคนศึกษาและหาความรู้ทั้งภาษาจีน และความเข้าใจประเทศจีนและสังคมจีนให้ดีที่สุด
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา กล่าวว่าตนเองเป็นกรรมการและที่ปรึกษาของสมาคมฯ มาตั้งแต่ครั้งพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ก่อตั้งสมาคมฯ มาใหม่ ๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ได้เข้าใจบทบาทของสมาคมฯ เป็นอย่างดีว่าได้มีบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน ระหว่างกองทัพ รัฐบาล และภาคประชาชนอย่างเข้มแข็งตลอดมา และทราบดีว่าสมาคมฯ มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับประเทศจีน และได้ช่วยเหลือรัฐบาลในภารกิจสำคัญ ๆ ตลอดมา ในการนี้ได้มอบโอวาทแก่ข้าราชการทุนการศึกษา รุ่นที่ 8 ดังมีรายละเอียดปรากฏตามคำกล่าวดังต่อไปนี้
โอวาทของ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา
แก่คณะข้าราชการที่ได้รับทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยหัวเฉียว รุ่นที่ 8
ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะอำลาและรับโอวาท
เพื่อเดินทางไปศึกษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันที่ 16 สิงหาคม 2555 เวลา 10.30 น.
ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล
ท่านนายกสมาคม และท่านกรรมการบริหาร สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน
พี่น้องข้าราชการที่ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะกับท่านทั้งหลายในโอกาสนี้ และขอขอบคุณท่านนายกสมาคม ตลอดจนคณะกรรมการบริหารของสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ที่ได้กรุณาสนับสนุนรัฐบาลในการประสานสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยดีตลอดมา
นับแต่ราชอาณาจักรไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ 35 ปีก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้พัฒนาก้าวหน้ามาโดยลำดับ และอย่างรวดเร็วในทุกด้าน และอำนวยประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศและประชาชาติไทย-จีน อย่างใหญ่หลวง บนพื้นฐานความเสมอภาค อำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ประเทศไทยได้ยืนหยัดในการผูกไมตรีและกระชับความสัมพันธ์กับจีนอย่างจริงจังและจริงใจ ได้ยืนหยัดในนโยบายจีนเดียวอย่างเด็ดเดี่ยว และได้ร่วมมือกันในกิจการระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ ภูมิภาค และโลก เป็นที่ประจักษ์
ความสัมพันธ์ไทย-จีน เป็นความสัมพันธ์พิเศษและมีลักษณะพิเศษ ได้ยกระดับความสัมพันธ์จากสิ่งที่เรียกว่า “ไทย-จีน คือมิตรสนิทที่วางใจได้” สู่ “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และปัจจุบันนี้ก็ได้ยกระดับสู่ขั้นใหม่ โดยพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็น “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน” ที่แสดงให้เห็นว่าไทย-จีน มีความสัมพันธ์และมิตรไมตรีที่ลึกซึ้งและวางใจได้อย่างดียิ่ง
มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและเกียรติภูมิมากที่สุดแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน การมีโอกาสได้เข้ารับการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้เรียนรู้ภาษาจีนอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีโอกาสอันกว้างใหญ่ในการได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ และการดำเนินกิจการต่าง ๆ ในการบริหารประเทศของจีนด้วย และที่สำคัญ ได้เปิดโอกาสอันกว้างใหญ่ในการผูกมิตรไมตรีกับบรรดานักศึกษาจากทั่วโลกที่เดินทางมาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นตัวแทนของบุคคลากรภาครัฐแห่งราชอาณาจักรไทย ผมหวังและมั่นใจอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะประพฤติ ปฏิบัติ และธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมั่นคง แสดงตนในฐานะเป็นตัวแทนและเป็นตัวอย่างของบุคคลากรภาครัฐที่มีมิตรไมตรี มีความตื่นตัว มีความกระตือรือร้น และมีทัศนะที่ก้าวหน้า รวมทั้งเป็นตัวแทนภาครัฐในการผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนนักศึกษา กับคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย และภาคส่วนต่าง ๆ ของจีนตามโอกาสที่ท่านทั้งหลายจะได้รับการอำนวยจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว
เวลา 1 ปี ในการเดินทางไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน และวิทยาเขตหัวเหวิน กรุงปักกิ่ง ไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยเกินไปในการที่จะใฝ่หาและเรียนรู้ ทั้งทางวิชาการ ประสบการณ์ และแบบอย่างการบริหารและการทำงานในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตัวอย่างของผู้ได้รับทุนการศึกษารุ่นก่อน ๆ ที่ได้กลับมาทำประโยชน์ให้แก่บ้านเกิดเมืองนอนและมีความเจริญก้าวหน้าในทางราชการ ย่อมเป็นแบบอย่างให้แก่ท่านทั้งหลายในการเดินทางไปศึกษาในครั้งนี้
ขอให้พวกท่านทั้งหลายได้นำไมตรีจิตของพี่น้องประชาชนชาวไทย และรัฐบาลไทย ไปประกาศแก่เพื่อนชาวจีนที่พวกท่านทั้งหลายจะได้พบพานตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมขอฝากความขอบคุณ ความจริงใจ และความปรารถนาดีของรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนประจำมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน จะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป และขออวยพรให้ท่านทั้งหลายประสพความสำเร็จในการเดินทางไปศึกษาครั้งนี้ และมีความสวัสดีในการเดินทางไป-กลับประเทศไทย เพื่อเป็นกำลังอันสำคัญของประเทศชาติในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของเรา ให้มีความรุ่งเรืองสถาพรสืบไป.
ขอขอบคุณ
โอวาทของ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา แก่คณะข้าราชการที่ได้รับทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยหัวเฉียว รุ่นที่ 8 ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะอำลาและรับโอวาท เพื่อเดินทางไปศึกษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 16 สิงหาคม 2555 เวลา 10.30 น. ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล
ท่านนายกสมาคม และท่านกรรมการบริหาร สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน พี่น้องข้าราชการที่ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะกับท่านทั้งหลายในโอกาสนี้ และขอขอบคุณท่านนายกสมาคม ตลอดจนคณะกรรมการบริหารของสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ที่ได้กรุณาสนับสนุนรัฐบาลในการประสานสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยดีตลอดมา
นับแต่ราชอาณาจักรไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อ 35 ปีก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้พัฒนาก้าวหน้ามาโดยลำดับ และอย่างรวดเร็วในทุกด้าน และอำนวยประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศและประชาชาติไทย-จีน อย่างใหญ่หลวง บนพื้นฐานความเสมอภาค อำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ประเทศไทยได้ยืนหยัดในการผูกไมตรีและกระชับความสัมพันธ์กับจีนอย่างจริงจังและจริงใจ ได้ยืนหยัดในนโยบายจีนเดียวอย่างเด็ดเดี่ยว และได้ร่วมมือกันในกิจการระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ ภูมิภาค และโลก เป็นที่ประจักษ์
ความสัมพันธ์ไทย-จีน เป็นความสัมพันธ์พิเศษและมีลักษณะพิเศษ ได้ยกระดับความสัมพันธ์จากสิ่งที่เรียกว่า “ไทย-จีน คือมิตรสนิทที่วางใจได้” สู่ “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และปัจจุบันนี้ก็ได้ยกระดับสู่ขั้นใหม่ โดยพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็น “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน” ที่แสดงให้เห็นว่าไทย-จีน มีความสัมพันธ์และมิตรไมตรีที่ลึกซึ้งและวางใจได้อย่างดียิ่ง
มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและเกียรติภูมิมากที่สุดแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน การมีโอกาสได้เข้ารับการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะได้เรียนรู้ภาษาจีนอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีโอกาสอันกว้างใหญ่ในการได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ และการดำเนินกิจการต่าง ๆ ในการบริหารประเทศของจีนด้วย และที่สำคัญ ได้เปิดโอกาสอันกว้างใหญ่ในการผูกมิตรไมตรีกับบรรดานักศึกษาจากทั่วโลกที่เดินทางมาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นตัวแทนของบุคคลากรภาครัฐแห่งราชอาณาจักรไทย ผมหวังและมั่นใจอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะประพฤติ ปฏิบัติ และธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมั่นคง แสดงตนในฐานะเป็นตัวแทนและเป็นตัวอย่างของบุคคลากรภาครัฐที่มีมิตรไมตรี มีความตื่นตัว มีความกระตือรือร้น และมีทัศนะที่ก้าวหน้า รวมทั้งเป็นตัวแทนภาครัฐในการผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนนักศึกษา กับคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย และภาคส่วนต่าง ๆ ของจีนตามโอกาสที่ท่านทั้งหลายจะได้รับการอำนวยจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว
เวลา 1 ปี ในการเดินทางไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน และวิทยาเขตหัวเหวิน กรุงปักกิ่ง ไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยเกินไปในการที่จะใฝ่หาและเรียนรู้ ทั้งทางวิชาการ ประสบการณ์ และแบบอย่างการบริหารและการทำงานในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตัวอย่างของผู้ได้รับทุนการศึกษารุ่นก่อน ๆ ที่ได้กลับมาทำประโยชน์ให้แก่บ้านเกิดเมืองนอนและมีความเจริญก้าวหน้าในทางราชการ ย่อมเป็นแบบอย่างให้แก่ท่านทั้งหลายในการเดินทางไปศึกษาในครั้งนี้
ขอให้พวกท่านทั้งหลายได้นำไมตรีจิตของพี่น้องประชาชนชาวไทย และรัฐบาลไทย ไปประกาศแก่เพื่อนชาวจีนที่พวกท่านทั้งหลายจะได้พบพานตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมขอฝากความขอบคุณ ความจริงใจ และความปรารถนาดีของรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนประจำมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซียะเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน จะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป และขออวยพรให้ท่านทั้งหลายประสพความสำเร็จในการเดินทางไปศึกษาครั้งนี้ และมีความสวัสดีในการเดินทางไป-กลับประเทศไทย เพื่อเป็นกำลังอันสำคัญของประเทศชาติในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของเรา ให้มีความรุ่งเรืองสถาพรสืบไป.
ขอขอบคุณ
|