bg-head-3

บทความ

มองจีนสมัยใหม่ผ่าน Butterfly Lovers Concerto โดย อาจารย์ทนง ขันทอง

 


ในแง่นี้ บทเพลงButterfly Lovers Concertoอาจจะช่วยให้เราเข้าใจภาวะห่วงหน้าพะวงหลังของจีนสมัยใหม่ได้ในอีกทางหนึ่ง เพราะว่าบทเพลงนี้เอาเทคนิคและรูปแบบการแต่งเพลงคลาสสิคของยุโรปมาดัดแปลงเพื่อสร้างสรรงานใหม่ขึ้นมาโดยอิงเนื้อหาทำนองเพลงที่มีอยู่แล้วในโรงละครงิ้วของเซี่ยงไฮ้ มองได้ว่าButterfly Lovers Concerto ที่มีไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีเดี่ยวหรือโซโล่เกิดจากแรงบรรดาลใจให้ทัดเท่ียมกับตะวันตก แต่ไม่ลืมที่จะรักษาจิตวิญญานดั้งเดิมของความเป็นจีน
ในปี1959 ขณะที่กำลังเป็นนักเรียนดนตรีตะวันตกอยู่ที่วิทยาลัยดนตรีเซี่ยงไฮ้He Zhahao และChen Kangช่วยกันแต่งบทเพลงเดี่ยวไวโอลินโดยมีวงออร์เครสต้าหนุน ให้ชื่อว่าButterfly Lovers Concerto โดยใช้โครงสร้างทำนองและคอร์ตของดนตรีจีน ผสมผสานกับหลักการประสานเสียงของทฤษฎีดนตรีตะวันตก ทำให้เกิดแนวเสียงเพลงที่เป็นจีนที่โอ่อ่า แต่ไม่โฉ่งฉาง
งานเพลงสำหรับไวโอลินชิ้นนี้อิงนิยายคลาสสิคของจีนที่ย้อนกลับไปถึงยุคราชวงศ์จิ๋น (คศ 265-450) ชื่อว่าThe Story of Zhu Yingtai and Liang Shanbo คนไทยเชื้อสายจีนรู้จักเรื่องนี้ดีว่าความรักของจู้อิงไถกับเหลี่ยง ซันป๋อ เพราะว่ามีการนำเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนต์ในปี1958 ก่อนหน้าที่เพลงButterfly Lovers Concertoจะถูกแต่งขึ้นมาเพียง1 ปี ใครที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วเป็นต้องน้ำตาไหลพรากๆ เพราะว่าซึ้งและเศร้ามาก อมตะเทียบเท่ากับบทละครRomeo & Julietของเช็คเสปียร์
เพลงButterfly Lovers Concertoได้รับการแสดงครั้งแรกเมื่อปี1959 เพื่อเฉลิมฉลองครบวาระ10ปีของการปฏิวัติเหมาที่ให้กำเนินสาธารณประชาธิปไตยประชาชนจีน แต่ไม่ได้รับการแพร่นิยมมากนัก ประจวบกับยุคปฏิวัติปฏิวัติวัฒนธรรมจีนนำโดยแก๊ง4สหาย โดยท่านประธานเหมาให้ท้ายอยู่ ระหว่าง1966-1976เพื่อสร้างอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ขึ้นมาอย่างแท้จริง และมีการทำลายทุนนิยมและจารีตประเพณีหรือวัฒนธรรมเดิมโดยของจีน ทำให้เกิดความเจ็บปวดและความเสียหายมากสำหรับประเทศจีนโดยรวม เพลงButterfly Lovers Concertoถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกากเดนวัฒนธรรมตะวันตก จึงต้องถูกห้ามไม่ให้แสดง หลังจากแก๊ง4สหายโดนกวาดล้าง เพลงButterfly Loversถึงได้รับการแสดงใหม่ และคนจีนเริ่มที่จะรู้จักเพลงนี้มากขึ้นและแพร่หลาย ถือว่าเป็นผลงานคลาสสิคของดนตรีจีนที่แม้แต่ในโลกตะวันตกก็มีการนำเอาไปแสดง
จีนสมัยใหม่ (modern China)ที่มีประชากร1,300ล้านคนเป็นอะไรที่โฉงฉางเหมือนดนตรีของงิ้วจีน (Chinese Opera) ที่เครื่องดนตรีดีดสีตีเป่าตีทั้งหลายล่อกันนัวเนีย แต่มีความเป็นระเบียบที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความไร้ระเบียบจีนสมัยใหม่มีจังหวะที่รีบเร่งอยู่ตลอดเวลามากกว่าสมัยเก่ามากเพื่อให้ถึงจุดหมายที่บางทีไม่รู้ว่าอยู่ทีใหน ขอให้ได้รีบ ขอให้ได้ไปก่อน ต่างกันที่ว่า พอได้ไป หรือได้ลงมือปฏิบัติแล้ว หลังจากนั้นค่อยว่ากัน เพราะว่าคนจีนทุกคนต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องการรวย และต้องการลืมอดีตที่ขมขื่น เพราะว่าบ้านเมืองไม่เคยอยู่เป็นสุขทั้งจากปัญหาภายในและภายนอกที่รุมเร้าเข้ามาตลอดเวลาตั้งแต่การล่มสลายของระบบจักรพรรดิในปี1911 ตามติดมาด้วยสงครามภายใน และมีการลองใช้ระบบการเมืองการปกครองต่างๆแบบลองผิดลองถูก จนท้ายที่สุดนี้จีนบอกว่าจะใช้ระบบสังคมนิยมแบบที่เป็นลักษณะจีนโดยเฉพาะ (socialism with Chinese characteristic) ไอ้ระบบสังคมนิยมแบบที่เป็นลักษณะจีนโดยเฉพาะนี้มันคืออะไรกันแน่ ยังไม่มีใครบอกได้ชัด เพราะว่าจีนสมัยใหม่ต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
บางทีเหมือนกับว่าจีนสมัยใหม่พยายามจะวิ่งหนีเงาอดีตตัวเอง เพื่อที่จะไล่ให้ทันโลกตะวันตกในความศิวิไลซ์หรือความร่ำรวย เป็นcatch-up gameหรือเกมไล่ให้ทัน โดยมีเงินตราและจีดีพีเป็นตัวตั้ง ประเทศจีนอาศัยเทคโนโลยี่ ทุน ระบบการเงินและตลาดของตะวันตกเพื่อสร้างจีนสมัยใหม่ที่กลายเป็นโรงงานของโลก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกรองจากสหรัฐฯ มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกถึง$4ล้านล้าน การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่จีนสมัยใหม่ผ่านเทคโนดลยี่ ทุนและตลาดของโลกตะวันตก ดูไปแล้วคล้ายๆกันกับที่He Zhahao และChen Kangแต่งButterfly Lovers Concertoใช้เทคนิคการแต่งเพลงและเรียบเรียงเสียงประสานของตะวันตกมาสร้างเพลงคลาสสิคจีนขึ้นมาใหม่
ในงานศิลปะดนตรีของButterfly Lovers Concerto การดัดแปลงเช่นนั้นมันจบในตัวมันเอง แต่ในการบริหารประเทศชาติ การที่จีนเอาเทคโนโลยี่ ทุน ระบบการเงิน และตลาดตะวันตกมาใช้เพื่อสร้างจีนสมัยใหม่ มันไม่ได้จบในตัวมันเอง มันมีความต่อเนื่อง และมีผลกระทบที่ยาวนาน ประเด็นคือ มันจะกลายเป็นกับดักหรือหลุมพรางหรือไม่ และจีนสมัยใหม่จะจบลงอย่างโศกนาฏกรรมเหมือนกับความรักของ จู้อิงไถกับเหลี่ยง ซันป๋อ หรือไม่ ระหว่างทางสองแพร่งของทางเลือกที่จะรักษาความเป็นมังกรโบราณและความต้องการที่จะเป็นเสือเศรษฐกิจสมัยใหม่
เรื่องอย่างนี้ ต้องดูกันนานๆ

2. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
ทุกบทละครโศกนาฏกรรมจะมี3ฉาก คือตอนเริ่ม (the beginning) ตอนกลาง (the middle) และตอนจบ (the end) เปิดฉากเพลงButterfly Lovers Concerto ตอนเริ่มให้สีสัน ความมีชีวิตชีวา ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่จริงแล้วทำนองเพลงเอามาจากเพลงพื้นเมืองแม่น้ำฮวงโห เสียงไวโอลินเป็นตัวแทนของZhu Yingtai นางเอกของเรื่อง เพลงช่วงนี้บรรยายวันเด็กที่มีความสุขของZhu เธออยากจะเรียนหนังสือมาก แต่ขนบธรรมเนียมจีนโบราณไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเรียนหนังสือ แต่ท้ายที่สุดพ่อของเธอทนความรบเร้าของZhuไม่ได้ จึงอนุญาตให้ไปเรียน Zhu ปลอมตัวเป็นผู้ชายและออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนที่หางโจวเพื่อไปเรียนหนังสือ
ขณะที่อยู่โรงเรียน ได้รู้จักกันกับLiang Shanbo เสียงของเชลโล่เป็นตัวแทนของพระเอกเรื่องนี้ ทั้งคู่เป็นเพื่อนเรียนหนังสือด้วยกัน3ปี Shangboแต่งเพลงให้Zhu แบะZhuแอบตกหลุมรักกับShanbo โดยไม่ยอมบอกความจริงว่าเธอเป็นเพศหญิง เธอออกอุบายเชิญShanboไปเยี่ยมบ้านเธอที่หางโจวเพื่อจะให้ได้รู้จักน้องสาวของเธอที่ไม่มีตัวตน เพราะแท้ที่จริงแล้วน้องสาวคือZhuนั่นเองที่กลับมาแต่งตัวเป็นสาวสวยสลับไปมา หลังจากนั้นZhu พยายามส่งสัญญานทุกอย่างให้Shanboรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงนะ ไม่ใช่ผู้ชาย แต่Shanboไม่เข้าใจ กลับหลงรักZhuที่อยู่ในรูปของผู้หญิง โดยสัญญาว่าจะกลับมาพบปะเจอกันอีก จบฉากแรก
ในฉากที่2 Zhuเรียนจบกลับมาบ้าน ปรากฎว่าพ่อกำลังจะจัดพิธีแต่งงานแบบคลุมถุงชนให้เธอกับลูกชายของผู้ดีตระกูลหนึ่งที่มีอิทธิพลมาก Zhuไม่ยอม สองพ่อลูกเลยมีปากมีเสียงทะเลาะกันหนัก เสียงออเครสตร้าและเสียงไวโอลินแสดงความขุ่นเคืองมีโทสะ พอShanboรู้ความจริงว่าZhuที่แท้จริงเป็นผู้หญิง มันก็สายไปเสียแล้ว เธอถูกคลุมถุงชนไปเรียบร้อยแล้ว เสียงไวโอลินและเสียงเชลโล่ที่ประสานกันไปมาเป็นduetหรือการบรรเลงเพลงคู่โดยเครื่องดนตรีสองชิ้นที่กินใจที่สุด
Shanboโดนหลอกให้เข้าใจผิดว่าZhuเสียชีวิตแล้วจากโรคร้าย เขาทนความทุกข์จากความรักแท้ไม่ไหวจึงตรอมใจตาย เสียงไวโอลินแผดออกมาด้วยความสิ้นหวังเมื่อZhuทราบความจริงว่าShanboตายไปแล้ว Zhuตกลงที่จะเข้าพิธีแต่งงานคลุมถุงชน แต่ออกอุบายว่าขบวนแห่ของเจ้าสาวต้องผ่านหลุมศพของShanbo พอขบวนแห่ผ่านเข้าใกล้ที่ฝังศพของShanbo Zhuกระโดดลงจากขบวนรถและวิ่งเข้าไปหาที่ฝังศพ ตำนานเล่าสวรรค์เบื้องบนรู้เห็นเหตุการณืทั้งหมด จึงเสกประตูของที่ฝังศพของShanboให้เปิดอ้าออกมารับZhu เธอกระโดดเข้าไปในหลุมศพเพื่อที่จะขออยู่ร่วมกับShanboตลอดไป จบฉากที่2
ฉากที่3 เปิดมาด้วยทำนองคิดถึงความหลังที่ความรักยังเบิกบาน ชีวิตแจ่มใส เสียงไวโอลินตอนนี้สั่นละเอียดอ่อนเพื่อบรรยายชีวิตใหม่ของZhu และShanbo ที่กลายเป็นผีเสื่อคุ่หนึ่งที่บินว่อนไปมาด้วยกัน อันเป็นที่มาของชื่อเรื่องButterfly Lovers เสียงดนตรีจบลงด้วยความสุขของคู่รักคู่นี้
ถ้าจะฟังButterfly Lovers Concerto ต้องฟังLu SiQingนักไวโอลินจีนที่ถือกันว่าเล่นเพลงนี้ได้ดีที่สุด ไม่มีใครเทียบเท่า

 

3. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
อย่างที่เขียนมาแล้วในตอนที่1 He Zhahao และChen Kangผู้แต่งเพลงButterfly Lovers เอาเทคนิคการแต่งเพลงและเรียบเรียงเสียประสานของยุโรปมาปรับและสร้างผลงานคลาสสิคจีนขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เพลงคลาสสิคจีนมีความเป็นสากล เป็นการไล่ตะวันตกให้ทันอีกทางหนึ่ง อย่างน้อยในด้านศิลปการดนตรี โดยมีไวโอลิน แทนที่จะเป็นซอจีนเป็นตัวแทนของZhu Yingtai ตัวนางเอก ไวโอลินเป็นเครื่องสาย และเป็นสุดยอดของเครื่องมือดนตรีของยุโรป ถ้าเปียโนเป็นราชาแห่งเครื่องดนตรีทั้งหลาย ไวโอลินก็เป็นราชินีแห่งเครื่องดนตรีทั้งหลายในทำนองเดียวกัน
ในเมื่อButterfly Loversแต่งให้ไวโอลินซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายของฝรั่ง ความท้าทายคือต้องเล่นไวโอลินเพลงนี้ให้มีสำเนียงเหมือนกับซอจีนที่เอื้อนเสียงไปมา โดยที่ยังคงรักษาความเป็นราชินีของเครื่องดนตรีตะวันตก เหมือนกับว่าให้ราชินีของประเทศฝรั่งแต่งชุดกี่เพ้า ตามปกติแล้ว การเอื้อนเสียงไวโอลินตะวันตกจะเป็นข้อห้าม เพราะถือว่าไม่มีรสนิยมดีพอ ถ้าจะทำให้ทำได้นิดหน่อยแต่พองาม การเอื้อนเสียง คือการเล่นโน๊ตหนึ่งโดยเริ่มต้นจากโน้ตที่ต่ำกว่าไปหาโน๊ตตัวนั้น เหมือนการสไลด์ ซอจีนจะเอื้อนบ่อยๆ บางทีฟังอู้อี้ แต่มีความไพเราะเป็นแบบฉบับของตัวเอง
ในแง่นี้ในเพลงButterfly Lovers ไวโอลินตะวันตกโดนHe Zhahao และChen Kangบังคับให้กลายเป็นซอจีน เพราะฉะนั้นปัญหาของGil Shaham นักไวโอลินชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในการอัดเสียงButterfly Loversคือ ทำอย่างไรเขาถึงจะเล่นButterfly Loversให้ได้สำเนียงจีน โดยที่ยังคงรักษาความเป็นไวโอลินตะวันตกอยู่ ShahamอัดเพลงButterfly LoversกับวงSingapore Symphony Orchestraเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ถือว่าเป็นความท้าทายของนักดนตรีฝรั่งที่จะเล่นงานของจีนให้ได้อรรถรส ลีลา เนื้อหา และที่สำคัญที่สุดสำเนียงที่ออกมาต้องบอกว่าใช่เลยคือสำเนียงซอจีนแท้
ปรากฎว่านักดนตรีในSingapore Symphony Orchestraแอบพึมพัมกันว่าGil Shahamเล่นยังไม่ได้ถึงใจ คือยังไม่ได้สำเนียง หรือวิญญานของดนตรีจีนได้ดีเพียงพอ
ฟังดูแล้วก็ตลก จีนอยากเป็นฝรั่ง แต่พอฝรั่งอยากเป็นจีนมั่งแต่ก็ทำไม่ได้
ในทำนองเดียวกัน ในขณะที่จีนสมัยใหม่กำลังเปิดประเทศไปเรื่อยๆ ทำการดัดแปลง แก้ไข สร้างสรรสังคมใหม่ โดยอาศัยอิทธิพลความรู้จากตะวันตกมาผสมผสานกับความรู้พื้นฐานของตัวเองทั้งจากของเก่าและของใหม่ มีปัญหาและอุปสรรค แต่ฝรั่งก็ไม่แน่ใจว่ามีความเข้าใจอย่างเพียงพอที่จะต่อกรกับจีน ต่างฝ่ายต่องมองดูกันด้วยความไม่สบายใจ หรือไว้ใจกัน

 


4. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
เวลาเกิดเรื่องวุ่นวายในต่างประเทศ สื่อจีนหรือผู้นำจีนจะบอกว่าเห็นหรือยังของเราทั้งดีและมั่นคงแค่ใหน เมืองไทยมีการปฏิวัติรัฐประหาร สื่อจีนบอกเป็นเพราะประชาธิปไตยล้มเหลว สงครามในอิรัคเกิดขึ้นเพราะการแทรกแซงของมหาอำนาจตะวันตก เพราะฉะนั้นจีนมาถูกทางแล้วในการสร้างจีนใหม่ด้วยการเลือกเอาระบบสังคมนิมที่มีลักษณะของจีนโดยเฉพาะ (socialism with Chinese characteristics) มาใช้ เพราะจีนลองผิดลองถูกอย่างล้มลุกคลุกคลานกับทุกระบบการเมืองการปกครองมาแล้ว
จีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จักรพรรดิ์พระองค์แรกฮวงดี หรือฝรั่งเรียกว่าYellow Emperorสามารถย้อนหลังไปได้กว่า5,000ปีมาแล้ว ช่วงที่ได้มาเมืองจีน ผมได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมที่ประสูติของจักรพรรดิฮวงดี ในมลฆลชานดง ระบบจักรพรรดิของจีนนี้ดำเนินต่อเนื่องมาตลอดเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก ราชวงศ์สุดท้ายคือราชวงศ์ชิง หรือพวกแมนจู ซึ่งปกครองประเทศจีนระหว่าง คศ. 1644 ถึง 1911 และในยุคของราชวงศ์ชิงนี้ จีนทำสงครามฝิ่นกับอังกฤษระหว่าง1840-1842 ก่อนที่จะพ่ายแพ้ทำให้อังกฤษบังคับให้จีนเปิดประเทศโดยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม นับว่าเป็นบทเรียนของมังกรจีน ที่ฝรั่งเรียกว่า Middle Kingdomที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องมาประสบความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปกับอังกฤษ ที่เป็นมหาอำนาจทางทะเลของตะวันตก
ลงมาดูไทม์ไลน์ของประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ดีกว่า จะได้เห็นได้ว่าจีนผ่านมรสุมมาแล้ว3ยุคด้วยกันตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่20เป็นต้นมา คือยุคสาธารณรัฐ ยุคสังคมนิยมซ้ายจัด และยุคการปฏิรูปที่กำลังดำเนินมาถึงในปัจจุบันนี้
1. ยุคสาธารณรัฐ
มีการปฏิวัติล้มการปกครองระบบจักรพรรดิ์ โดยการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงประเทศเข้าสู่ระบบสาธารณรัฐ หลังจากนั้นเกิดสงครามการเมือง และเกิดศึกสงครามกับญี่ปุ่น ท้ายที่สุดเหมา เจ๋อตุงยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จ
1911-1949: สาธารณรัฐจีน
1912-1916: ประธานาธิบดี หยวน ซีไข
1916-27: ยุคสงครามกลางเมือง
1921: พรรคคอมมูนิสต์ถือกำเนิดขึ้นมา
1927-37: พวกก๊กมินตั๋งรวบรวมประเทศได้ส่วนหนึ่ง ตั้งเมืองหลวงขึ้นที่นานกิง
1927: พวกคอมมิวนิสต์ประสบความปราชัย ล่าถอยไปอยู่ในชนบท
1931: ญี่ปุ่นบุกยึดแมนจูเรีย
1935-36: เหมานำหน้าการเดินทัพประชาชนที่ยาวไกล
1937: ญี่ปุ่นบุกจีนตอนเหนือ สงครามโลกครั้งที่2 ระเบิดขึ้นมา
1945: สหรัฐฯบอมบ์ญี่ปุ่นด้วยระเบิดนิวเคลียร์
1945-49: พวกก๊กมินตั๋งและพวกคอมมิวนิสต์รบกัน
1949: พวกก๊กมินตั๋งแพ้สงคราม หนีไปอยู่ไต้หวัน
2. ยุคสังคมนิยมเข้มข้น
เหมา เจ๋อตุงเอาชนะเจียง ไคเช็คคู่ปรับได้ นำไปสู่การก่อตั้งระบบสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมา ระหว่าง1949-1978 จีนอยู่ภายใต้ระบบสังคมนิยมที่เข้มข้น ปิดประเทศ ประชาชนกินอยู่กันอย่างอดๆหยากๆ มีการปฏิวัติวัฒธรรมที่ทำลายรากเหง้าของจีน ทำให้จีนอ่อนแอลง แต่ช่วงนี้ จีนเหมือนเป็นยักษ์หลับ ชาวโลกไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
1949: หลังจากเหมาเอาชนะเจียงไคเช็คได้ มีการก่อตั้งระบบสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมา
1947-52: ปฏิรูปที่ดินทำกิน
1954-56: เกษตรกรรมแบบความเป็นเจ้าของร่วมกัน
1956: ยึดอุตสาหกรรมเป็นของรัฐ
1958: นโยบายก้าวกระโดด คอมมูนของประชาชน
1959-61: ความอดหยาก
1962: เลิกระบบคอมมูนหันมาใช้ระบบการผลิตร่วม
1966-69: ปฏิวัติวัฒนธรรมของชนชั้นกรรมาชีพ
1966-76: ยุคปฏิวัติวัฒนธรรม
1969-78: เยาวชนถูกส่งไปทำงานที่ชนบท
1972: นิกสันเยือนจีน
1976: เหมาเสียชีวิต
1978: ประกาศนโยบายปฏิรูปประเทศ
3. ยุคของการปฏิรูป
เติ้ง เสียงผิงยึดอำนาจจากแก็ง 4สหายที่ทำการปฏวัติวัฒนธรรมและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้จีน เกิดแนวความคิดขึ้นมาว่าอำนาจไม่ควรที่อยู่อยู่ในมือคนๆเดียว หลังจากความผิดพลาดของเหมาที่รวบอำนาจแต่ผู้เดียว ต้องรอให้เหมาเสียชีวิตก่อนถึงจะมีการเปลี่ยนแปลง เติ้งเปิดนโยบายปฏิรูปประเทศมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยบอกว่าแมวจะสีอะไรก็ได้ มีการผสมผสานระบบทุนนิยมเข้ามา อำนาจอยู่ในรูปของคณะบุคคลที่อยู่ในpolitburoมากขึ้น
1979-82: เลิกระบบผลิตการเกษตรร่วม
1979: คุมกำเนิดประชากร
1984: ให้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา
1985: ให้เอกชนเปิดกิจการที่เป็นบริษัทได้
ปลาย1980s: คนจีนชนบทแห่เข้าไปอยู่ในเขตเมือง
1989: ขบวนการนิสิตนักศึกษา โศกนาฏกรรมเทียนอันเหมิ่น
1994: กระจายระบบการเงิน
1990s: กำเนิดสังคมผู้บริโภคจีนในเขตเมือง ต่างชาติแห่ลงทุนในจีน
1990s: ใช้ลัทธิชาตินิยมมาแทนอุดมการณ์ปฏิวัติเป็นเป้าหมายหลักของประเทศ
1997-2003: ยุคทายาทผู้นำที่2ต่อจากรากฐานที่เติ้งวางเอาไว้ โดยมีเจียง เจ๋อหมิ่นเป็นผู้นำ
2002-2012: ยุคของ หู จินเตา พยายามติดเทอร์โบวิ่งไล่ให้ทันโลกตะวันตก อย่างก้าวกระโดด
2012- ปัจจุบัน : ยุคของฉี จิ้นผิง เดินหน้าในการสร้างจีนให้เป็นมหาอำนาจของโลกผ่านระเบียบโลกใหม่
ทั้ง3ยุคของประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ตอนต้นศตวรรษที่20เป็นต้นมา ดูเผินอาจจะไม่เหมือนกันกับ3ฉากของโศกนาฏกรรมของButterfly Lovers แต่มองให้ลึกลงไปจะเป็นมีส่วนคล้ายตรงที่ใน2ยุคแรกของจีนมีความต้องการที่จะหลุดจากกรอบวัฒนธรรมหรือโครงสร้างอันเดิม โดยล้มลุกคลุกคลานกับการเลือกใช้ระบบต่างๆ ต้องแย่งอำนาจกันเอง และมีการเสียเลือดเสียเนื้อประชาชนและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เหมือนกับZhu Yingtaiที่ต้องการแหวกม่านประเพณีเพื่อจะเรียนหนังสือ จำต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย โดยสร้างอัตลักษณ์เพื่อให้คนเข้าใจผิด (mistaken identity) แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถหลุดจากกรอบวัฒนธรรมเดิมของการคลุมถุงชนได้ กลายเป็นโศกนาฏกรรมไป
ระบบจีนสมัยใหม่หลังยุคเติ้งเป็นต้นมาพยายามแก้ไขสิ่งที่ผิดผลาดใน2ยุคแรก และกำลังนำพาจีนให้จะผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจและจะสร้างระเบียบโลกใหม่ โดยมีจีนเป็นผู้นำ
คำถามคือจีนภายใต้ระบบสังคมนิยมแบบจีนๆจะไปถึงดวงดาวหรือไม่


5. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
จากการที่เคยลำบากลำบนมาก่อนเนื่องจากการลองผิดลองถูกด้วยรับบการเมืองการปกครองต่างๆตลอดเวลา100กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้จีนสมัยใหม่ตกลงใจว่าระบบการปกครองที่เหมาะสมกับจีนมากที่สุดในยุคนี้คือระบบสังคมนิยมแบบจีนๆ โดยที่ระบบเศรษฐกิจจะผสมผสานระหว่างสังคมนิยมและทุนนิยม ว่ากันไปตามจังหวะลีลาของระบบเศรษฐกิจโลก จีนสมัยใหม่จึงต้องเดินไปข้างหน้าอย่างรีบเร่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อไล่ให้ทันโลกตะวันตก กลายเป็นเกมที่ต้องวิ่งไล่ตามเงินตราจีดีพี โดยมีการลงทุนของต่างชาติเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะเริ่มต้นของการเปิดประเทศในยุคของการปฏิรูป
คำถามคือ ในเกมของการตั้งเป้าจีดีพีสูงๆนี้ ใครเป็นผู้กำหนด? จีน หรือพวกฝรั่งอั้งหม้อกันแน่ เหตุผลหลักที่สหรัฐฯมีปัญหาในการฟื้นการจ้างงาน เพราะว่าภาคการผลิตถูกย้ายฐานไปยังจีนเป็นหลัก การลงทุนของต่างชาติในจีนทำให้จีนฟื้นตัวจากยักษ์หลับกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเบอร์2ของโลกโดยมีขนาด$8.5ล้านล้าน รองจากสหรัฐฯที่$17ล้านล้าน ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจประมาณเกือบ$400,000ล้าน ฝรั่งให้จีนทั้งเงินลงทุนเทคโนโลยี่ในการผลิต และที่สำคัญที่สุดให้ตลาดในการรองรับสินค้าจากจีน ทำให้ฝรั่งเสียดุลย์การค้ามหาศาล และจีนเริ่มสะสมความร่ำรวยจากการค้าขายและเงินนอกที่เอาเข้ามาลงทุนในจีน ทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนมีมากที่สุดในโลกที่$4ล้านล้าน อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงรายได้เฉลี่ยต่อแล้วจีนยังคงถือว่าเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับต่ำอยู่เนื่องจากว่ามีประชากร1,300ล้านคน รายได้เฉลี่ย$6,747ต่อหัว สูงกว่าไทยที่$5,674
ในแง่นี้คำถามที่น่าคิดถือ จีนสร้างตัวเองเป็นมหาอำนาจ หรือว่าฝรั่งสร้างจีน? ญี่ปุ่นเดินหน้าไปก่อน เพราะว่าถูกสร้างให้เป็นยักษ์เศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของG-3 อันประกอบด้วยสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าญี่ปุ่นกำลังจะหมดประโยชน์แล้ว กำลังจะโดเขี่ยทิ้ง ส่วนสหรัฐฯแทบจะไม่มีการจ้างงานในภาคการผลิตที่ถูกhollow-outหรือย้ายฐานออกไปเกือบหมด เหลือแต่งานในภาคบริการที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำเหมือนสมัยก่อน บริษัทยักษ์ทั้งหลายของสหรัฐฯแทบจะไม่จ่ายภาษีด้วยซ้ำเพราะว่าย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่นอกประเทศ และมีวิธีเลี่ยงภาษีด้วยวิธีต่างๆนาๆ ทำให้ทั้งรัฐบาลสหรัฐฯไม่มีรายได้ภาษีพอเพื่อปิดงบประมาณให้สมดุลย์ ทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่นมีหนี้เข้าขั้นล้มละลายไปแล้ว
ในเมื่อระบบการเงินโลกและบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจทั้งหลายอยู่ในมือของพวกอีลิท พอจะดูออกว่าเมื่อสร้างสหรัฐฯ อียูและญี่ปุ่นได้ ก็สามารถที่จะทำลายได้เช่นกัน เพราะว่าแต่ละรอบของการทำลายนำไปสู่การรวบอำนาจของระบบโลกอย่างเบ็ดเสร็จมากยิ่งขึ้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆที่ฝรั่งจะเอาเงินมาลงที่จีนอย่างนี้ เพื่อสร้างจีนขึ้นมาใหม่ ทั้งฮิตเลอร์และพวกบอลเชวิกของรัสเซียถูกสร้างขึ้นมาจากภายนอกทั้งนั้น เพื่อทำลายเยอรมันและเปลี่ยนแปลงปฏิวัติรัสเซียตามลำดับ
ถ้าเปรียบจีนเป็นZhu Yingtai หมายความว่าที่มาจีนต้องได้รับฉันทามติจากพวกอิลิทให้เป็นมังกรฟื้นชีพเหมือนกับZhuที่ได้โอกาสจากพ่อให้ไปเรียนหนังสือ แต่การที่จะไปเรียนหนังสือได้ Zhuต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย เปรียบเหมือนกับจีนที่จำต้องเก็บกดอัตลักษณ์ของตัวเอง เพื่อแลกกับโอกาสที่จะเข้าไปในเวทีระบบการเงินและเศรษฐกิจโลก มาถึงตรงนี้แล้วจีนกำลังจะปลดล๊อคเพื่อที่จะเป็นตัวของตัวเองหรือยัง เหมือนกับZhuที่ต้องการที่จะแต่งงานกับชายที่เธอรัก เรื่องนี้ฟ้าดินกำหนด หรือว่ามนุษย์กำหนด?

 

6. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
จากจำนวนประชากร1,300ล้านคน มีคนจีนที่ใช้โซเซียลมีเดียเป็นประจำมีมากถึงเกือบ630ล้านคน โดยมากแล้วจะรับข้อมูลข่าวสาร ทำการติดต่อกัน หรือแม้แต่จะซื้อของออนไลน์บนมือถือทั้งนั้น ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ ร้านค้าปลีกยังไม่ได้รับการพัฒนา หรือมีจำนวนมาก คนจีนสมัยใหม่จึงนิยมช๊อปออนไลน์ คนไทยที่ปักกิ่งเล่าให้ฟังว่าเคยสั่งซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดัง"ซาร่า"ผ่านออนไลน์ เวลารับของแกะกล่องออกมากลายเป็น "ซาป้า" หัวเราะแทบตาย แต่คุณภาพใช้ได้เหมือนของจริงที่สำคัญ ถูกดี ระบบส่งของทางไปรษณีย์ของจีนมาก เพราะว่าหลังจากสั่งของออนไลน์เพียง2-3วัน ของก็ถูกส่งมาถึงมือ จีนกลายเป็นสังคมบริโภคนิยมไปอีกรูปแบบหนึ่ง แต่สินค้าโดยทั่วไปคุณภาพสู้เมืองไทยไม่ได้
ค่าแรงงานขั้นต่ำของจีนเริ่มขยับสูงกว่าไทย แต่กำลังซื้อยังไม่ได้สูงมากนัก มาขายแรงงานในเมืองใหญ่อย่างมากได้เงินเดือน1,000หยวน หรือประมาณ6,000-,7000บาท โดยมากที่มีเงินคือพวกที่อยู่แถวปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้และกวางตุ้ง จำนวนคนที่มีรายได้ต่ำกว่า$1ต่อวันยังมีสูงถึง50ล้านคน
การควบคุมโซเซียลมีเดียจึงเป็นหัวใจจะปกครองคนจำนวนมหาศาลอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ถ้าปล่อยให้ได้รับข้อมูลจากฝั่งตะวันตกมากเกินไป ต่อไปอาจจะเอาไม่อยู่ เพราะว่าจีนสมัยใหม่ต้องการสร้างลัทธิชาตินิยม และให้เชื่อมั่นในผู้นำและนโยบายของรัฐว่ากำลังนำพาจีนไปสู่ความรุ่งโรจน์หรือชีวิตที่ดีกว่า ขอให้เชื่อว่าระบบสังคมนิยมแบบจีนๆดีที่สุดแล้ว อย่าได้ตั้งคำถามมาก ช่วยกันพัฒนาประเทศไป เพราะว่าจีนยังคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะแซงตะวันตกได้
อย่างที่รู้ๆกันข้อมูลจากตะวันตกเป็นเรื่องโฆษณาชวนเชื่อเหมือนกัน แต่ทำได้เนียนกว่า ในสหรัฐฯมี6บริษัทเท่านั้นคือ GE, News Corp, Time Warner, Disney, CBS และViacomที่คุมสื่อกระแสหลักทั้งหมด90% จะบอกว่าคนอเมริกันมีทางเลือกในการเสพข้อมูลอาจจะไม่ใช่ เพราะว่าโดนล้างสมองมานานอย่างแยบยล จีนฉลาดในเรื่องข้อมูลข่าวสารจึงสั่งห้ามFacebook, Twitter, Line แม้แต่Googleยอมถอนตัวออกจากตลาดจีน เพราะว่ามีความขัดแย้งกันในบางเรื่อง แต่บริษัทไอทีจีนเข้ามาอุดช่องว่างนี้ด้วยการสร้างช่องทางโซเซียลมีเดียของจีนเอง ทำให้ต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลไม่ได้มากนัก และในขณะเดียวกันทางการจีนสามารถมอร์นิเตอร์ได้ว่าประชาชนกำลังมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องใหญ่ๆ หรือให้ความสนใจเกับเรื่องเล็กๆอะไร เนื่องจากต้องลงทะเบียบโซเซียลมีเดีย ใครที่ออกนอกลู่ สามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก
เมืองไทยเปิดฟรีเต็มที่เรื่องโซเซียลมีเดียจากตะวันตก ไม่ได้พัฒนาโซเซียลมีเดียของตัวเอง ทำให้ถูกครอบงำโดยสมบูรณ์ อย่างที่เราทราบกันจากEdward Snowdenจอมแฉว่า ทางNational Security Agencyของสหรัฐฯใช้โซเซียลมีเดียของสหรัฐฯในการสอดแนมข้อมูลข่าวสารของประเทศต่างๆทั่วโลก เมืองไทยเปิดจนไม่รู้ว่าจะเปิดอะไรอีกแล้ว ส่วนเมืองจีนพยายามปิด แต่เสนอทางเลือกที่อยู่ในกรอบ
จีนสมัยใหม่ในระบบโซเซียลมีเดียจึงยังคงเป็นZhu Yingtaiแห่งButterfly Loversอยู่ที่ถูกควบคุมให้อยู่ในกรอบ เวลาต้องการทำอะไร หรือมีอิสระภาพจำต้องปิดชื่อเสียงเรียงนาม ต้องพูดอ้อมๆ เหมือนกับZhuที่ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เวลาจะแสดงตนออกมาทีลำบาก เพราะพูดไม่ได้เต็มปาก Zhuส่งสัญญานหลายอย่างให้Liang Shanboว่าที่แท้เธอเป็นผู้หญิงนะ แต่Liangไม่เข้าใจ จับใจความไม่ได้ สภาพที่คลุมเคลือของอัตลักษณ์เช่นนี้เป็นสาเหตุหนึ่งของการนำไปสู่โศกนาฏกรรม
จีนสมัยใหม่ต้องระวังไม่ตกกับดักที่Zhuแห่งButterfly Loversติดอยู่ และโศกนาฏกรรมที่ตามมาอันเกิดจากความคิด และอัตลักษณ์ที่ถูกเก็ดกด เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกสิ่งต้องถูกคลี่คลายออกมา หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จีนสมัยใหม่อาจจะตั้งรับไม่ทัน หรือยอมรับไม่ได้กับความจริง อันอาจจะนำไปสู่โศกนาฏกรรมสมัยใหม่ได้

 

7. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
ถามคนทั่วไปว่าสงครามโลกครั้งที่1 เกิดขึ้นเมื่อใด จะได้คำตอบว่าWW1เกิดในยุโรปในปี1914 หรือ100ปีมาแล้วพอดี แต่ถ้าถามคนอินเดียนแดงในแถบทวีปอเมริกาในปัจจุบัน เขาจะบอกว่าWW1เกิดเมื่อพวกยุโรป -- เริ่มต้นด้วยการค้นพบอเมริกาของChristopher Columbusในปี1492 -- แล่นเรือมายึดเอาแผ่นดินของพวกเขาเป็นอาณานิคม ปล้นทรัพยากรธรรมชาติไปหมด รวมทั้งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างไม่ปราณี
ในระยะเดียวกันนั้น ทั้งจีนและอินเดียยิ่งใหญ่และรวยกว่ายุโรปมาก แต่ทั้ง2ประเทศไม่ได้คิดที่จะเดินทางไกลเพื่อปล้นทรัพยากร หรือเอาดินแดนของประเทศอื่นเป็นเมืองขึ้น
ในยุคล่าอาณานิยม เสปนและโปรตุเกสแบ่งแผนที่โลกออกเป็น2ส่วนเท่าๆกัน เหมือนผ่าครึ่งลูกแตงโม ดินแดนที่อยู่ทางซีกตะวันตกของโลกเป็นของเสปน ส่วนทางตะวันออกเป็นของโปรตุเกส เราถึงได้เห็นทหารโปรตุเกสมาช่วยพระนเรศวรรบพม่า เขาแบ่งแตงโมกินกันง่ายๆอย่างนี้ ต่อมามีคนอยากขอเอี่ยวด้วยคือฮอลันดา ตามมาด้วยฝรั่งเศสและอังกฤษ ในที่สุดอังกฤษเป็นเจ้าโลกในศตวรรษที่19มาจนถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่20 ก่อนที่ไปแอบอยู่ข้างหลังสหรัฐฯให้สหรัฐฯเป็นจ้าวโลกแทนเวลานี้ พร้อมด้วยลัทธิล่าอาณานิคมที่มีการดัดแปลงให้มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จนคนในประเทศที่ถูกปล้นทรัพยากร หรือแผ่นดินแทบไม่รู้ตัว
ถ้าใครคิดว่าความพยายามของพวกตะวันตกที่จะเอาดินแดนประเทศอื่นหมดสมัยไปแล้ว ก็คือพวกโลกสวยดีๆนี่เอง
ลัทธิล่าอาณานิคมไม่เคยหายไปจากโลกใบนี้ อยู่ที่มาจะมาในรูปแบบใด นอกจากการปล้นที่ดิน หรือบ่อน้ำมันเอาดื้อๆเหมือนอย่างที่ตะวันตกกำลังทำกับตะวันออกกลาวงในขณะนี้
ยุโรปมีChristopher Columbus จีนก็มีเจิ้งเหอ นักท่องทะเลผู้ยิ่งใหญ่ โดยเนำกองเรือแล่นรอบโลก เจิ้งเหออาจจะค้นพบอเมริกาก่อนColumbusเสียอีก จากWikipedia:
"การเดินเรือสำรวจทางทะเลในระยะเวลา 28 ปี กองเรือของเจิ้งเหอออกสำรวจทางทะเลรวม 7 ครั้ง เดินทางมากกว่า 50,000 กิโลเมตร ท่องต่างแดนมากกว่า 37 ประเทศ เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1405 (พ.ศ. 1948) ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระรามราชาธิราชแห่งราชวงศ์อู่ทองปกครองกรุงศรีอยุธยา เจิ้งเหอทำหน้าที่ผู้บังคับกองเรือสำเภาขนาดใหญ่ เรียกว่า "เป่าฉวน" แปลว่า "เรือมหาสมบัติ" ต่อขึ้นที่เมืองนานกิง อดีตเมืองหลวงอันเก่าแก่ของจีนเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ "อู่ต่อเรือ" ใช้ในการเดินเรือของเจิ้งเหอ เรือมหาสมบัติของเจิ้งเหอยาว 400 ฟุต ขนาดใหญ่กว่าเรือ ซานตา มาเรีย ของโคลัมบัสที่ยาวเพียง 85 ฟุต ถึง 5 เท่า
การเดินทะเลในครั้งแรกมีเรือขนาดใหญ่ตามไปด้วย 60 ลำ ขนาดเล็ก 255 ลำ มีลูกเรือทั้งหมด 27,870 คน แล่นเลียบชายฝั่งฟุเกี้ยน ผ่านไปยังอาณาจักรจามปา ชวา มะละกา สมุทรา (เซมูเดรา) และแลมบรีทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา จากนั้นเดินทางต่อไปยังเกาะลังกา กาลิกัต ขากลับได้นำคณะทูตจากเมืองเหล่านี้มาเข้าเฝ้าฯ จักรพรรดิหย่งเล่อ
ในการเดินเรือแต่ละครั้ง ขากลับจะนำเครื่องบรรณาการจากเมืองต่าง ๆ มาถวายจักรพรรดิหย่งเล่อ โดยเฉพาะสัตว์จากหลาย ๆ เมืองที่ผ่าน อย่างเช่นขากลับจากการเดินเรือทางทะเลในครั้งที่ 5 เจิ้งเหอได้นำสิงโต เสือดาว นกกระจอกเทศ ม้าลาย และยีราฟ (โดยบอกว่าเป็น กิเลน) กลับไปถวายแด่จักรพรรดิหย่งเล่อ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมาก และกลายเป็นของแปลกและน่าตื่นเต้นสำหรับชาวจีนที่พบเห็นเป็นครั้งแรก"
จะเห็นได้ชัดเจนของนโยบายของเจ้าจีนและเจ้ายุโรปในสมัยนั้น เจ้าจีนไม่คิดจะเอาดินแดนที่ห่างไกลนอกประเทศจีนเป็นเมืองขึ้น อาจจะเป็นเพราะแผ่นดินจีนใหญ่อยู่แล้ว แต่เจ้าจีนไม่คิดเอาสุวรรณภูมิบ้านเรา แอฟริกา อเมริกาเป็นเมืองขึ้น ต่างจากเจ้ายุโรปที่ให้มีการแล่นกองเรือรบออกไปเพื่อปล้นเอา 1.ทอง 2. เงิน Silver และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆกลับมา เพื่อสนองการใช้จ่ายที่เกินตัวของเจ้ายุโรป เพราะต้องเตรียมทำสงครามตลอดเวลา ทองคำที่ถือว่าเป็นเงินที่แท้จริง (real money) จึงเป็นที่หมายปอง และเป็นแรงผลักดันหลักของลัทธิล่าอาณานิคมในยุคนั้น เพราะว่าในยุโรปไม่มีแร่ทอง และที่สำคัญการไปปักธงชัยของเสปน โปรตุเกส และประเทศล่าอาณานิคมอื่นๆบนดินแดนที่ห่างไกลเป็นการจับจองความเป็นเจ้าของ และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายอิทธิพลทางศาสนาศริสต์ของโรมอีกด้วย ไปด้วยกันเป็นกระบวน
สื่อตะวันตกสร้างภาพว่าจีนสมัยใหม่ที่กำลังกลายเป็นมหาอำนาจจะเป็นภัยต่อประเทศในเอเซียหรือไม่ เพราะแสนยานุภาพทางทหารและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ โดยที่ไม่พูดความจริงทั้งหมดว่าเอเซียเป็นอาณานิคมของตะวันตกมานานแล้ว และยังคงเป็นอยู่ ถ้าดูตามประวัติศาสตร์ จีนไม่น่าคิดเอาดินแดนประเทศอื่นเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนพวกยุโรป
จีนมีแต่ส่งคนจีนออกไป เพราะหนีความยากจน แต่ยุโรป และต่อมาอเมริกามาพร้อมกับเครื่องมือล่าอาณานิคมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นสูงสุดจากการระบบดอลล่าร์ การเงิน การธนาคาร การค้าขาย ไอที การทหาร ฯลฯ
ไทยควรจะกลัวใคร และระวังทั้งจีนและฝรั่งอย่างไรไม่ให้มาเอาเปรียบเรา?

เจิ้งเหอก็เหมือนZhu Yingtaiแห่งButterfly Loversที่ต้องการไปรู้ ไปเห็น ได้ไปท่องเที่ยว ไม่ได้ต้องการไปเอาของคนอื่นมาเป็นของตน คำถามคือจีนสมัยใหม่ว่าจะยังคงดำเนินนโยบายอย่างเจิ้งเหอ หรืออย่างChristopher Columbus เรื่องนี้ไม่มีคำตอบ ต้องดูกันต่อไป เพราะว่าจีนเริ่มรวยขึ้นรู้จักใช้เงินเท็คโอเวอร์กิจการ


8. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
จีนมีประชากร1,300ล้านคน มากอันดับ1ของโลก ติดบ่วงของการมีลูกมากจะยากจน เพราะว่าต้องหาเงินหาทองมาเลี้ยงดูปูเสื่อ ต้องหาข้าวมาใส่ปากใส่ท้องพลเมืองให้อิ่ม ในสมัยนายกสมัครไปเมืองจีนพบท่านหู จินเตา ช่วงนั้นบังเอิญจีนเจอภัยพิบัติ นายกสมัครบอกว่าไม่ต้องห่วง ประเทศไทยปลูกข้าวมาก พร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่ ไม่มีปัญหาอะไร ท่านหูตอบว่าขอบใจในไมตรีจิตของคนไทย เท่าที่ทางจีนรู้ ไทยผลิตข้าวได้ปีละ20ล้านตัน แต่จีนต้องการข้าว200ล้านตัน!! นายกสมัครก็ยังคงรักษาความเป็นสมัครอยู่ตอบแบบถูลู่ถูกังมั่วต่อไปเรื่อยๆว่าไทยผลิตข้าวเยอะ ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ว่าเข้าไป
การมีประชากรเยอะใช่ว่าจะดี มีปัญหาแน่นอน เพราะว่าต่างคนต่างจะแย่งกันกิน แย่งกันใช้ แย่งกันเรียน แย่งกันทำงาน แย่งกันได้ดี แย่งกันรวย จีนสมัยใหม่กำลังจะเจอปัญหาของคนล้นแผ่นดิน เมื่อมีคนมากเกินไป จะคุมอย่างไร หรือว่าจะทำอย่างไรให้คนส่วนใหญ่พอใจ? นี้คือปัญหาใหญ่ของจีน แม้ว่าจะมีนโยบายวางแผนครอบครัวให้มีลูกได้1คนในอดีต ช่วงประธานเหมาจีนมีประชากร600-700ล้านคน แต่ตอนนี้ จำนวนประชากร1,300ล้านคน มันมหึมาเยอะจริงๆ ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง
ช่วงท่านเติ้ง เฉี่ยวผิงมีการเปิดประเทศเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และความพยายามที่จะไล่ให้ทันโลกตะวันตก ท่านเจียง เจ๋อหมิ่นรับเอาแนวทางตะวันตกมากจนแทบจะเอาโมเดลฝรั่งมาใช้ พอมาสมัยท่านหู จินเทาจึงมีการดึงกลับมา เพราะว่ามันเว่อร์เกินไป ตอนนี้ภาระอยู่ที่ท่านฉี จิ้นผิงว่าจะดำเนินมาตรการอะไรที่รักษาความสมดุลย์ โดยที่คนจีนส่วนใหญ่ไม่เสียโอกาส แต่อย่างว่า แค่เราคนธรรมดาเลี้ยงลูก2-3คน ยังมีปัญหา ถ้าต้องเลี้ยงดูคน1,300คน มันจะกลายเป็นปัญหาโลกแตก ความสมดุลย์เลยพับเอาไปก่อน ดันจีดีพีให้สูงอย่างเดียวเพื่อสร้างงานให้เศรษฐกิจบูมไว้ก่อน
พอมีคนมาก คุณภาพก็เสื่อม คิดดูง่ายๆ คนจีนมี1,300ล้านคน ถ้ามีคนไม่มีคุณภาพ600-700ล้าน จะทำอย่างไร เมืองไทยเหมือนกัน มีประชากร65ล้านคน แต่ที่พอมีคุณภาพประมาณ20%เท่านั้น ที่เหลือไม่มีคุณภาพ ยิ่งเอาอำนาจการเลือกตั้งไปอยู่ในมือของคนที่ไม่มีคุณภาพ ประเทศจะไม่ล่มจมได้อย่างไร?
ความไม่มีคุณภาพนี้เริ่มสะท้อนให้เห็นจากการเร่งรีบของคนจีนสมัยใหม่ ไม่ต่อคิว ไม่เคารพที่ว่างของผู้อื่นๆ เบียดเสียดกัน เอาสีข้างหรือมือมาถูคนที่อยู่ข้างๆตลอด คนจีนเวลาเดินชนเรา เขาจะไม่สนใจ ไม่ขอโทษ หรืออาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เวลาข้ามทางม้าลาย คนขับรถยนต์จะไม่ชลอลงหรือจอดให้ นักธุรกิจสมัยใหม่อาจจะไม่เที่ยงตรง นี้คืออาการของความเสื่อม หรือความไม่มีคุณภาพของคนที่ลืมรากเหง้า เพราะฉะนั้นเวลาคนจีนมาเที่ยวเมืองไทย จึงกลับไปบอกว่าคนไทยน่ารัก แม้ว่าคนไทยสมัยใหม่มีความน่ารักน้อยลงอย่างมาก
นี้คือปัญหาใหญ่สุดของจีนสมัยใหม่ ที่ไม่รู้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาเท่าใดในการแก้ ถ้าไม่แก้ไข จีนสมัยใหม่คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะเผชิญกับโศกนาฏกรรมของการคาดหวังเอาไว้สูงเกินไป แล้วไม่ได้เหมือนความรักของZhu Yingtai Liang ShanboในButterfly Lovers.

 

9. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
จีนสมัยใหม่จะเป็นมิตร หรือว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อเพื่อนบ้าน? คำตอบน่าจะอยู่ในวิธีการจัดการปัญหาในทะเลจีนใต้ จีนบอกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้เป็นของจีน แต่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านต่างก็อ้างกรรมสิทธิ์เหมือนกันเหนือดินแดนทะเลจีนใต้ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน มาเลย์เซีย รวมทั้งไต้หวันที่อยู่เหนือขึ้นไป ไทยแลนด์ไม่เกี่ยวในเรื่องนี้ เพราะว่าพื้นที่ทางทะเลของเราครอบคลุมเฉพาะบริเวณอ่าวไทย แล้วจะแก้ปัญหากันอย่างไร?
ที่ขัดแย้งกันอยู่พอจะสรุปได้ง่ายๆดังนี้คือ จีนถือว่าข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ในทะเลจีนใต้เป็นเรื่องทวิภาคี พูดง่ายๆคือเป็นเรื่องระหว่างจีนและเวียดนาม จีนและฟิลิปปินส์ จีนและมาเลย์เซีย แต่เนื่องจากมีการตั้งอาเซี่ยนขึ้นมา จึงมีความพยายามที่จะโยงเรื่องความขัดแย้งในทะเลจีนใต้นี้ว่าเป็นเรื่องอาเซี่ยน
มีวิธีการปฏิบัติอันหนึ่งที่ยังตกลงกันไม่ได้ระหว่างอาเซี่ยนและจีน คือข้อความที่ว่า "ประเทศอาเซี่ยนจะพูดคุยกันเป็นการภายในก่อนที่จะพูดคุยกับจีน" อันนี้จีนยอมไม่ได้ ที่จะให้เรื่องทะเลจีนใต้เป็นเรื่องอาเซี่ยน เพราะต้องการให้เป็นเรื่องทวิภาคี
ส่วนจุดยืนของแต่ละประเทศในอาเซี่ยนในปัญหาทะเลจีนใต้ไปในทิศทางพหุภาคีเกือบทั้งนั้น ตัวแทนฝ่ายอินโดเนเซียบอกว่ามันเป็นนิสัยหรือความเคยชินที่อาเซี่ยนต้องคุยกันในเรื่องความขัดแย้ง ฝ่ายสิงคโปร์ยกเอากฎบัตรอาเซี่ยนออกมาอ้างความเป็นอาเซี่ยนที่จำต้องปรึกษาร่วมกันทุกเรื่อง เวียดนามบอกว่าปัญหาทะเลจีนใต้จะช่วยสร้างเอกภาพให้อาเซี่ยนเพิ่ม ฝ่ายไทยบอกว่าที่ต้องเป็นเรื่องอาเซี่ยนเพราะเรามีความใกล้ชิดกันทางภูมิศาสตร์ ฟิลิปปินส์บอกว่าเกาะScarborough Shoalในทะเลจีนใต้เป็นของฟิลิปปินส์เพราะว่าคนฟิลิปินส์มองเห็นเกาะนี้ได้จากประเทศตัวเอง ส่วนมาเลย์เซียไม่ได้แสดงอาการกระโตกกระตากอะเไรมากนัก
ฝ่ายจีนโดนรุมแบบนี้บอกว่า อาเซี่ยนกำลังทำตัวยิ่งกว่านาโต้ หรือสหภาพยุโรปเสียอีก แม้แต่สงครามขัดแย้งระหว่างอังกฤาและอาร์เจนติน่าในหมู่เกาะFalklands นาโต้ยังไม่เกี่ยวเลย เวลาไทยมีความขัดแย้งกับเขมรเรื่องเขาพระวิหาร ไม่เห็นอาเซี่ยนเข้าไปยุ่ง ปัญหาทะเลจีนใต้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่มันเป็นปัญหาเมื่อสหรัฐฯเข้าไปแทรกแซง หรือเสี้ยมประเทศต่างๆในอาเซี่ยนให้ผิดใจกับจีน ทำให้ต่างฝ่ายต่างส่งแท่นเจาะของตัวเองเข้าไปขุดหรือสำรวจนำมัน กลายเป็นข้อพิพาทและมีการกระทบกระทั่งกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ท้ายที่สุดแล้วต้องมีการตกลงกันให้ดี ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างเจาะน้ำมันแล้วรบกัน จีนบอกว่าพร้อมรับฟังข้อเสนอของทุกประเทศที่มีความขัดแข้งในทะเลจีนใต้ แต่ขอให้เป็นข้อเสนอที่ทำขึ้นมาเองไม่ใช้ให้ใครมาเสี้ยมข้างหลัง และจุดยืนของจีนที่ท่านเติ้ง เฉี่ยวผิงได้เคยกล่าวเอาไว้คือให้จีนและเพื่อนบ้านตกลงร่วมพัฒนาแหล่งหลังงานและทรัพยากรธรรมชาติด้วยกันในทะเลจีนใต้
เรื่องปัญหาทะเลจีนใต้ ยังไม่ชัดว่าจีน หรือกลุ่มประเทศในอาเซี่ยนกันแน่ที่เป็นเหมือนZhu Yingtaiที่โดนคลุมถุงชนให้รับข้อเสนอแต่ฝ่ายเดียว โดยที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้

 

10. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
ความร่ำรวยของจีนสมัยใหม่เป็นของจริง หรือเป็นมายา? คำตอบคือเป็นทั้งของจริงและเป็นทั้งมายา เป็นของจริงเพราะว่ามีการลงทุนจริง มีการก่อสร้างจริง มีการผลิตจริง และมีการส่งออกจริง รายได้ที่เข้ามาเป็นรายได้จริง การค้าขายของจีนใหญ่อันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว รวมทั้งการนำเข้านำมันของจีนก็แซงหน้าสหรัฐฯไปแล้วด้วย
แต่ในความร่ำรวยของจีนก็มีส่วนมายาผสมอยู่มากเช่นกัน ดูได้จากระหว่างปี2008 ถึงกลางปี2014 หนี้ในระบบแบงค์จีนเพิ่มมากกว่าเท่าตัวจาก$14ล้านล้าน เป็น$25ล้านล้าน ตัวเลขนี้ใหญ่กว่าระบบแบงค์ของสหรัฐฯถึง1เท่าตัว ในเมื่อเศรษฐกิจจีนมีขนาด$8.5ล้านล้าน แต่แบงค์เล่นปั่นหนี้สูงเพื่อปล่อยกู้เก็งกำไรอย่างนี้ แสดงว่าเศรษฐกิจจีนมีสภาพที่เป็นฟองสบู่อยู่มาก เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพความมั่นคงของระบบการเงินและเศรษฐกิจในอนาคต จะบริหารฟองสบู่อย่างไร ยังนึกไม่ออก
ยิ่งบวกกับปัญหาของการกระจายรายได้ ยังดูไม่ออกว่าจีนจะลงจากหลังเสือได้อย่างไร ขณะนี้เศรษฐกิจเติบโตโดยบริษัทใหญ่ๆ ผู้ส่งออกหรือรัฐวิสาหกิจเป็นหลัก บริษัทขนาดกลางและเล็กกำลังเริ่มมีบทบาท แต่ยังไม่มากพอ เวลารัฐบาลลงทุน หรือมีการลงทุนขนาดใหญ่ บริษัทใหญ่จะได้เปรียบ ยิ่งเป็นการทำให้การกระจายรายได้มีปัญหา ความรวยกระจุกอยู่ในมือของบริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้ส่งออกและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งภาครัฐบาล การกระจายเม็ดเงินให้ถึงมือประชาชนยังไปได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศที่ใช้การส่งออกนำหน้า เมื่อได้เงินมาพวกนี้จะเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ คล้ายๆกับเมืองไทยบ้านเรา คนรวยยิ่งรวยฟุ้งเฟ้อมาก คนจนยิ่งจน
รัฐบาลจีนรวยถึงขนาดมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ$4ล้านล้าน หรือมากที่สุดในโลก เวลาท่านฉี จิ้งผิงเดินทางไปต่างประเทศเพื่อสร้างสัมพันธ์กับประเทศต่างๆทั่วโลก ยังอดพูดออกมาไม่ได้ว่าบางทีการมีเงินทุนสำรองฯสูงใช่ว่าจะดี เพราะว่าไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จีนจึงมีการให้เงินช่วยเหลือ หรือซื้อกิจการ ลงทุนในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างฐานของธุรกิจและเศรษฐกิจจีนในอนาคต
ส่วนคนจนที่หาเช้ากินค่ำ หรือคนที่อยู่ภาคชนบทคงต้องลำบากต่อ เพราะว่าการบริหารเศรษฐกิจแบบทุนนิยมการเงินอย่างนี้จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อ รายได้ที่ได้มาจะไม่พอกับราคาข้าวของที่สูงขึ้น ยิ่งจีนไมใ่มีแหล่งพลังงานใช้ ต้องนำเข้าพลังงานมหาศาล หมายความว่าจีนอ่อนแอต่อการผันผวนของราคาพลังงาน ที่สร้างปัญหาเงินเฟ้อได้ จีนพยายามเอาใจคนจน โดยสัญญาว่าจะลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างเมืองใหม่ (urbanization) เพราะคนจีนสมัยใหม่ไม่อยากเป็นคนบ้านนอกอีกต่อไป ลำบากมานานแล้ว ทุกคนอยากเป็นคนสังคมเมือง ถ้าเป็นอย่างนี้ จีนยิ่งจะมีปัญหาในอนาคต เพราะว่าสังคมเมืองเป็นสังคมที่ไม่พอเพียง ยิ่งมีประชากรเกินพันล้านคนอย่างนี้ สังคมเมืองไม่มีทางรองรับได้ทั้งเรื่องพลังงาน ค่าใช้จ่าย การกระจายรายได้ ถ้าหากเกิดเหตุช๊อคในระบบเศรษฐกิจโลกขึ้นมา หรือเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ซึ่งมันกำลังจะมา
จีนสมัยใหม่จะดิดกับดักของโศกนาฏกรรมของZhu Yingtai และLiang Shanbo แห่งButterfly Loversหรือไม่ หรือจะมีเหตุให้สามารถคลี่คลายไปได้ ไม่นานคงจะได้เห็น

 

11. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
ความจริงโมเดลเศรษฐกิจของจีน ไม่ได้แตกต่างจากโมเดลเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอะไรเลย เพราะเน้นการนำเข้าและส่งออก ทั้งญี่ปุ่นและจีนต่างไม่มีวัตถุดิบเพื่อการผลิต รวมทั้งน้ำมัน ต้องนำเข้าวัตถุดิบและน้ำมันมหาศาลเพื่อการแปรรูป และการผลิตเพื่อการส่งออก โมเดลนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันที่ต้องเพิ่มขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม แต่ช่วงที่บูม จะเกิดฟองสบู่การเงินเกิดขึ้น เพราะว่าผู้ส่งออกมีรายได้ดอลล่าร์ เวลาเอามาแปรเป็นเงินสกุลประเทศตัวเองได้เงินมามาก เอาไปฝากแบงค์จนเงินล้น ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยเงินไปเก็งกำไรในที่ดิน ในอสังหาริมทรัพย์ ในหุ้น หรือเอาไปลงทุนในกิจการที่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว สร้างตึกใหญ่ๆ เศรษฐกิจภายในบูม ยิ่งรัฐบาลเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานยิ่งจะบูมหนัก สภาพคล่องล้นมือ นำไปสู่การบริโภคที่เกินตัว การลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่แท้จริง การเก็งกำไรในกิจการต่างๆ กลายเป็นเศรษฐกิจฟองสบู่ในที่สุด เงินเฟ้อขึ้นมา คนจนและชนชั้นกลางเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังไม่สามารถจะผ่อนบ้านเป็นของตัวเองได้ และพวกเราทราบกันดี เมื่อมีฟองสบู่ มันต้องแตกวันยังค่ำ
ญี่ปุ่นผ่านโศกนาฏกรรมนี้มาแล้ว เศรษฐกิจบูมเป็นเวลา30ปีตั้งแต่ปี1960 ถึง1990ก่อนที่ฟองสบู่จะแตกในปีนั้นเอง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นเลย สภาพแวดล้อมแย่ลง ราคาทรัพย์สินยังคงตกลงมาตลอด ตลาดหุ้นเหลือแค่1ใน3ของที่เคยปั่นราคาสูงขึ้นไปเสียดฟ้า หนี้เสียในระบบธนาคารพุ่งกระฉูด แบงค์เจ้ง บริษัทเจ้ง รัฐบาลจำต้องเข้าไปอุ้มระบบแบงค์เพื่อรักษาเงินฝากของประชาชน และจำต้องปั๊มเศรษฐกิจให้ฟื้นด้วยการลงทุนโครงการต่างๆจนหนี้สาธารณะเอาไม่อยู่ ดอกเบี้ยก็กดลงติด0% แต่ไม่ได้ช่วยอะไร ในขณะเดียวกันความสามารถในการแข่งขันของบริษัทต่างๆเริ่มแย่ลง คู่แข่งก็มีมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ความสามารถในการแข่งขันของประเทศและบริษัทเริ่มตก หมายความว่ารายได้จะลดลง แต่ในขณะเดียวกันรายจ่ายไม่ลด แถมมีแต่จะต้องเพิ่มขึ้น เมื่อนั้นจะเข้าสู่ภาวะความล่มจม นี้คือกับดักฮาราคีรีของญี่ปุ่นที่กำลังเป็นอยู่
จีนเติบโตมาแล้วตั้งแต่เปิดประเทศสมัยท่านเติ้งปี1980 มาถึงทุกวันนี้34ปีแล้วทำให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ2ของโลก แซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้ว คำถามคือยังไปต่อได้อีกไหม? ก็ยังไปต่อไปได้ ถ้ามีการกระจายความเจริญไปตามภูมิภาคต่างๆ แทนที่จะกระจุกอยู่ในมลฑลที่ติดทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศ และมีการบริหารฟองสบู่ให้ดีๆ ไม่ให้แตก เพื่อนำเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่าจีนตอนนี้มีเทคโนโลยี่ทุกอย่างแล้ว สามารถผลิตได้เองหมด เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ$4ล้านล้านก็มีเหลือเฟือ ไม่จำเป็นต้องหารายไต่างประเทศมาอีก ถ้าจีนลดฟองสบู่การเงิน และการเก็งกำไรในอสังหาฯได้ เศรษฐกิจจะค่อยๆปรับตัวเข้าสู่ความเป็นจริง เวลาเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ จะมีความมั่นคง ในระบบเศรษฐกิจพอเพียง คือผลิตเพื่อการบริโภคภายในที่เหลือถึงส่งออก ความสมดุลย์ในระบบเศรษฐกิจจะเกิดขึ้น ถ้ามัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาส่งออกอย่างเดียว จะเกิดความไม่สมดุลย์และในที่สุดจะมีปัญหาแบบญี่ปุ่น
จีนจะผ่านโศกนาฏกรรมของButterfly Loversได้ จำต้องปรับกระบวนเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบพอเพียงตั้งแต่ตอนนี้ รัสเซียทำไปแล้ว ด้วยการพึ่งพาตัวเองทางการเกษตร การโดนยุโรปและสหรัฐฯแซงชั่นทางการเงินและการค้า ทำให้รัสเซียกลับเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงโดยปริยาย แล้วจีนจะทำเศรษฐกิจพอเพียงเอง หรือจะให้สถานการณ์บังคับ หรือว่าจะปล่อยให้เจ้งแบบญี่ปุ่นก่อน แต่เอ..เขียนไปเขียนมากระทบเมืองไทยอย่างไม่รู้ตัว ไทยก็โง่ โดนเขายัดเยียดโมเดลการส่งออก ถ้ายังเดินหน้าอย่างนี้มีหวังพังในอนาคต เศรษฐกิจพอเพียงในหลวงของเราเป็นเจ้าตำหรับ แต่ทำไมไม่มีใครเอาไปใช้ ต้องให้ต่างชาติเอาไปทำก่อนหรือไง?

 

12. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
เดิมทีเข้าใจกันมา สหรัฐฯต้องยกกองทัพเรือมาเตรียมโซ้ยกับจีนแน่ๆ เพราะว่าต้องสกัดไม่ให้จีนผงาดมาเป็นคู่แข่งความเป็นมหาอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไม่ให้เงินหยวนได้แจ้งเกิดเป็นหนึ่งในเงินสกุลหลักของโลก หรือมาทาบรัศมีเงินดอลล่าร์ได้ง่ายๆ มีการยุยงให้ทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์ออกหน้าไปลองเชิงกับจีนก่อนอย่างพอเป็นพิธีโดยเอาเหตุข้อพิพาททางทะเลจีนใต้เป็นข้ออ้าง โดยสหรัฐฯประกาศว่าจะกลับมาภูมิภาคนี้อีกครั้งเพื่อประกาศศักดาความเป็นมหาอำนาจในแปซิฟิค แต่ไปๆมาๆคูชกที่แท้จริงของสหรัฐฯกลายเป็นรัสเซีย จีนเลยสบายตัว นั่งบนภูดูเสือกัดกัน
ขณะนี้วิกฤติของโลกอยู่ที่2จุด คือในตะวันออกกลาง และที่ยูเครน สหรัฐฯกำลังเปิดฉากก่อวิกฤติเพื่อสร้างสงครามในทั้ง2เวทีนี้ เพราะรู้ดีว่าเงินดอลล่าร์กำลังจะไป ถ้าไม่สามารถสกัดรัสเซีย จีน กลุ่มBRICS หรือเอาตะวันออกกลางให้อยู่ในคอกได้ เพราะว่ามีแนวโน้มดอลล่าร์กำลังจะถูกดั๊มพ์ทิ้งโดยมหาอำนาจทางตะวันออกที่กำลังแจ้งเกิด ถ้าดอลล่าร์พัง สหรัฐฯจะพังไปด้วย จะไม่สามารถรักษาความเป็นมหาอำนาจได้เหมือนเดิม
ในตะวันออกกลาง จู๋ๆกลุ่มISISโผล่ขึ้นมาจากใหนก็ไม่รู้ ประกาศจะจัดตั้งรัฐอิสลามใหม่ โดยรวมดินแดนอิรัค ซีเรียเข้าด้วกันกลายเป็นรัฐอิสลามใหม่ ก่อนที่จะขยายอำนาจไปผนวกดินแดนประเทศอื่นๆ ทำให้สหรัฐฯมีข้ออ้างส่งกองกำลังกลับไปในอิรัคอีกเพื่อจัดการกับISIS และเพิ่งจะมีข่าววันนี้ว่า สหรัฐฯอาจจะต้องบอมบ์ฐานของISISในซีเรียด้วย เพื่อตัดแข้งตัดขาให้หมด เป็นที่รู้ๆกันว่าISISเป็นผู้ก่อการร้ายที่แตกหน่อออกจากอัลกอ อิเดาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากซีไอเอ เลยกำลังจะเล่นลับลวงพรางอะไรกันไม่รู้ แต่รู้แน่ๆว่าการเกิดขึ้นมาอย่างฉับพลันของISISเป็นข้ออ้างให้สหรัฐฯก่อสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังจะทะลักเข้าเลบานอน และปาเลสไตน์ก็โดนยิวถล่มไปแล้ว
พูดกันง่ายๆ ทั้งสหรัฐฯและอิสราเอลมีแผนที่จะเขียนแผนที่ตะวันออกกลางใหม่จากวิกฤติISIS แต่เราต้องไม่หยุดที่ซีเรีย หรืออิรัค เพราะว่าเป้าที่แท้จริงน่าจะเป็นอิหร่านและตุรกี มีข่าวว่าตุรกีกำลังเอาใจออกห่างสหรัฐฯ ผู้นำตุรกีด่ายิวไม่ไว้หน้าว่าเลวกว่าฮิตเลอร์เสียอีก ที่ทำกับชาวปาเลสไตน์อย่างนั้น ในเมื่อหมีขาวรัสเซียได้ซีเรีย อิหร่าน จีน อินเดีย และตุรกีเป็นพวกแล้ว ตะวันออกกลางกำลังจะพลิกโฉมมาทางด้านมหาอำนาจใหม่ ทำให้ซาอุดิ อาราเบียเต้นแร้งเต้นกาหนัก รวมทั้งอิสราเอลด้วย สหรัฐฯจำต้องเข้ามาปกป้อง เพราะว่าเปโตรดอลล่าร์กำลังจะโดนสอยเหมือนกัน ISISจึงเป็นตัวสร้างสถานการณ์ที่ดีให้สหรัฐฯสร้างภาพเป็นฮีโร่อีกครั้งในตะวันออกกลาง แต่ลูกไม้เก่าๆนี้ ใช้หลายครั้งแล้วนะ
ที่ยูเครน ปูติคงจะไม่ส่งทหารเข้าไปยึดภาคตะวันออกของยูเครน แม้มีการรบพุ่งกันมาก สหรัฐฯและอียูกำลังจะเอายูเครนเป็นฐานเพื่อปิดล้อมรัสเซีย พร้อมมาตรการแซงชั่น โดยหวังว่าถ้าเศรษฐกิจรัสเซียพัง ประชาชนจะไม่สนับสนุน ง่ายต่อการโค่นปูติน เอาตุ๊กตาตัวใหม่มาเป็นผู้นำที่อ่อนข้อให้โลกตะวันตก แล้วตะวันตกจะได้เขมือบกินยูเรเซียต่อไป ที่ใหนได้ปูตินยิ่งได้รับคะแนนนิยมเพิ่ม ส่วนโอบามายิ่งได้คะแนนความนิยมตก ปูตินคงจะคอยให้ยูเครนเจ้ง ซึ่งคงอีกไม่นาน แล้วค่อยสนับสนุนให้ประชาชนยูเครนล้มรัฐบาลไปเอง เพราะทำประเทศพัง ไปหลงเชื่อสหรัฐฯและอียู ปูตินไม่มีทางปล่อยให้ยูเครน ประเทศด่านหน้าเป็นของตะวันตกเป็นอันขาด
ต้องดูว่าISISและยูเครนจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเพียงใด จะทำให้เกิดสงครามในภูมิภาคได้หรือไม่
จีนโชคดีที่สมรภูมิการรบอยู่ที่ยุโรปและตะวันออกกลาง จึงนิ่งดูเฉยๆ ในขณะเดียวกัน โอบามาอาจจะมีข้อตกลงลับๆกับจีนก็ได้ว่าให้อยู่เฉยๆได้หรือไม่ เพราะว่าไอกำลังจะล่อปูติน โอบามาคงไม่ต้องการที่จะเปิดศึกสองด้าน แค่ตะวันออกกลางและยูเครนก็จะอ๊วกแล้ว
จีนสมัยใหม่คิดดำเนินยุทธวิธีซุนวูโบราณ คือทำสงครามโดยไม่รบ ชนะสงครามโดยไม่รบ เหมือนกับZhu Yingtaiคิดว่าจะได้แต่งงานกับLiang Shanboโดยไม่ต้อออกแรง ที่ใหนได้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ต้องดูว่าถ้าสงครามภูมิภาคขยายวง จีนจะอยู่นิ่งได้อีกต่อไปได้หรือไม่ เพราะว่ากลุ่มBRICS ตอนนี้ต้องกอดคอกันเหนี่ยวแน่น เพื่อสู้กับฝรั่ง ถ้าปูตินบอกว่า ช่วยไอหน่อย ท่านฉีจะว่าอย่างไร จะนิ่งเดียวดายได้หรือ?

 

13. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
ถ้าจะต้องรบกับฝรั่งจริงๆ ถามว่าจีนสมัยใหม่พร้อมรบหรือไม่ ในระดับบนสุด จีนน่าจะเตรียมการรบอยู่แล้ว เพราะว่าเกมการเมืองโลกกำลังมาถึงทางตันที่จะต้องตัดสินกันด้วยกำลังว่า ใครจะเป็นผู้เขียนระเบียบโลกฉบับใหม่สำหรับศตวรรษที่21
แต่ปัญหาคือจีนไม่เคยรบนอกบ้าน ที่ผ่านมาจีนมีประสบการณ์ในการรบมาแต่ภายในประเทศ พูดง่ายๆมีแต่รบกันเอง ตำราพิสัยสงครามซุนวู รวมทั้งสามก๊กเป็นเรื่องการสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ในจีนด้วยกัน มีบ้างที่รบกับพวกมองโกล และพวกบุกรุกทางตอนเหนือที่จีนเรียกว่าพวกอนารยะชน มีการสร้างกำแพงเมืองจีนเพื่อสกัดการบุกจากทางเหนือของพวกตาร์ต้าร์ แต่ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน ไม่เคยรบนอกบ้านอย่างจริงๆจังๆเลย
ในเมื่อไม่เคยรบนอกบ้าน ก็ไม่มีตำรา มีแต่ตำรารบในบ้าน กลยุทย์ของการรบในบ้านและนอกบ้านมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าจะรบตามตำราฝรั่งมีแต่จะแพ้ อุบายเล่ห์กลในการศึกสงครามจะสู้ฝรั่งไม่ได้ แม้ว่าอาวุธนิวเคลียร์ก็มีอยู่หลายพันลูก เครื่องบินรบก็มีพร้อม เรือบรรทุกเครื่องบินก็มีกับเขาแล้ว แต่ยังไม่พอ
ด้วยเหตุนี้ ถ้าจีนต้องรบ จะไม่ยอมเป็นสมรภูมิหลัก หรือเป็นมวยคูเอก แต่จะเป็นมวยคู่เสริมแทน เพราะมวยคู่เอกคือระหว่างปีปูและพี่โอ
พี่ปูหมีขาวเตรียมรบเต็มที่ ด้วยการนำเอาเกษตรพอเพียงมาใช้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเกิดสงคราม รัสเซียจะพอมีพอกิน ขณะนี้รัสเซียกำลังโดนป่วนที่ยูเครนและโดนล้อมกรอบผ่านการแซงชั่นการเงิน การค้า เศรษฐกิจเพื่อให้ภายในรัสเซียอ่อนแอ หมดหวังหมดกำลังใจ เพราะคนรัสเซียเพิ่งจะมีการกินอยู่ดีขึ้นสมัยพี่ปูตินนี่เอง ถ้าพี่ปูตินอ่อนแอลงจะมีหน้าม้าขึ้นมาใหม่เพื่อโค่นพี่ปูติน หลังจากนั้นสหรัฐฯจะขยายอิทธิพลเข้าไปในเขตยูเรเซีย ซึ่งกำลังจะเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญที่สุดในโลกในอนาคต
แต่เกมนี้ตื้นเกินไป เมื่อถึงจุดหนึ่งพี่ปูจะเป็นฝ่ายรุกกลับ ทั้งโปแลนด์ ทั้งเยอรมันกำลังเสียวๆอยู่เหมือนกัน เพราะว่าพี่ปูเอาจริง หรือว่าสงครามโลกครั้งที่2กำลังจะซ้ำรอยอีกครั้ง
ถ้าจะชนะศึกในWW3 ท่านฉีต้องหนุนพี่ปู จับมือเป็นมิตรกับอินเดีย ลืมอดีตที่เคยซัดกันนัวในสงครามชายแดนทางภาคตะวันตก โดยมีอิหร่านเป็นพันธมิตรหลักในตะวันออกกลาง และตุรกีที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเอเชียและยุโรป ตุรกีเป็นสมาชิกของนาโต้ แต่ตุรกีเป็นอเะไรที่กะล่อนที่สุดในโลก เมื่อถึงเวลา ตุรกีจะแปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายมหาอำนาจตะวันออก เพราะได้ส่งสัญญานแล้วว่าไม่เอายิว
ISISที่ปะทุขึ้นมาในซีเรียและอิรัคเป็นการสร้างฐานประชิดชายแดนของตุรกี เพื่อเตือนตุรกีหรือไม่ว่า ถ้าหักหลัง ได้เจอดีแน่ เพราะว่าตอนนี้พี่โอเตรียมถล่มซีเรียทางอากาศแล้ว อ้างว่าต้องการทำลายฐานของISIS เอาเข้าจริงจะไปถล่มฐานของรัฐบาลซีเรียหรือไม่ใครจะไปรู้ ซีเรียเป็นอะไรที่พี่ปูไม่ยอมสูญเสีย เหมือนยูเครน
ตุรกีเป็นประเทศยุทธศาสตร์เพราะว่ามีพรมแดนติดรัสเซีย อิหร่าน อิรัคและซีเรีย ที่ผ่านมาโดนวางสนุ๊กเพื่อเป็นฐานให้นาโต้ในตะวันออกกลาง แต่ถ้าพลิ้วไปอีกค่าย ตุรกีจะกลับมาได้เปรียบ เพราะว่าฝ่ายนาโต้เอาเข้าจริงๆ เข้มแข็งกว่ารัสเซียจริงหรือ
พี่โอและยิวเห็นชัดเจนแล้วว่าพันธมิตรใหม่กำลังจับมือกันเหนี่ยวแน่นเพื่อบี้ตะวันออกกลางลงมา โดยมีบ่อน้ำมันของนะวันออกกลางเป็นเดิมพัน ใครดีใครได้ อนาคตของเปโตรดอลล่าร์แขวนอยู่บนเส้นด้าย พันธมิตรตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นซาอุดิ อาราเบียบ ยูเออี บาห์เรน คูเวท ล้วนแล้วแต่บ่มีไก๊ แต่ทำไงได้ มาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ทำอะไรเปโตรดอลล่าร์ล่มสลายแน่
การจุดปะทุในยูเครน รวมทั้งการยิงเครื่องบินของสายการบินมาเลย์เซียMH17 การที่ยิวบุกกาซ่า และการกำเนิดของISISล้วนแล้วแต่อยู่ในบริบทเดียวกันของความพยายามของสหรัฐฯที่จะดิ้นเฮือกสุดท้ายเพื่อที่จะรักษาฐานความเป็นมหาอำนาจที่กำลังจะหลุดลอยไปจากมือ
จีนไม่ได้เป็นศัตรูกับสหรัฐฯมากเท่ากับรัสเซีย เพราะว่าสนามยูเรเซียและตะวันออกกลางมีความสำคัญมากกว่า ทั้งWW1และ WW2ต่างก็เกิดในยุโรป ในชั่วโมงนี้ท่านฉีถึงได้ใจเย็น ประวิงเวลามากที่สุด ทำตัวนิ่งๆไม่กระโตกกระตาก อยากจะรบก็รบกันไปจีนไม่เกี่ยว แต่จะส่งทัพจีนเข้าไปช่วยก็ต่อเมื่อชัยชนะเห็นอยู่ข้างหน้า
เดินหมากแบบนี้ แล้วอนาคตของจีนจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของButterfly Loversหรือไม่ ในอนาคตอันใกล้คงได้เห็นกัน

 

14. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
ช่วงนี้ท่านฉีเดินเกมระดับโลกที่สำคัญอยู่2เกมใหญ่ๆ คือสร้างฐานกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization) ให้แข็งแกร่ง และสร้างระบบการเงินของกลุ่มBRICSเพื่อปลดแอกดอลล่าร์สหรัฐฯ
ระหว่าง11-12 กันยายนที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมระดับผู้นำสูงสุดของกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่Tajikistan จะเป็นการเปิดตัวต้อนรับน้องใหม่ที่จะขอเข้าสมัครเป็นเพื่อนร่วมแก๊งค์คืออินเดีย และอิหร่านอาจจะเข้าร่วมด้วย ที่ผ่านมาอินเดียเป็นแค่ผู้สังเกตุการณ์ของกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่มีสมาชิก6ประเทศ คือจีน รัสเซีย คาซาห์สถาน ทาจิกีสถาน คีร์จีซ์สถาน และอุซเบกีสถาน ประเทศที่มีสถานภาพเป็นผู้สังเกตุการณ์อื่นๆ คืออินเดีย อัฟกานิสถาน อิหร่าน โมงโกเลียและปากีสถาน กลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้นี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความร่วมมือทุกด้านทั้งการค้า เศรษฐกิจการเงินและการทหารในเขตยูเรเซียที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของโลกในอนาคต
ถ้าอินเดียเข้าร่วมกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้จริง โดยผู้นำคนใหม่Narendra Modiเป็นคนเอาจริง ขั้วอำนาจโลกจะพลิก เพราะที่ผ่านมาพี่โอพยายามกันอินเดียออกไป ไม่ให้ซบอกหมีขาว การที่อินเดียเข้าร่วมกับกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้จะมีนัยทางทหาร คือต้องมีความร่วมมือกันทางความมั่นคง/ด้วย ทั้งท่านฉีและท่นโมดีจะมีโอกาสที่จะลบอดีตของการแข่งขันกันทางทหาร เพื่อร่วมมือกันรับมือศึกที่ใหญ่กว่า ถ้าได้อิหร่านมาร่วมวงด้วย กลุ่มนี้จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ปากีสถานก็จะเป้นตัวแปรที่สำคัญ เพราะว่ามีอาวุธนิวเคลียร์เหมือนกับอินเดีย
หันกลับมาดูกลุ่มBRICS อันประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ จะเห็นได้ว่าข้อตกลงที่การประชุมผู้นำสูงสุดที่บราซิลในกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นการประกาศปลดแอกออกจากดอลล่าร์เรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว โดยที่จะมีการตั้งกองทุนสำรองฯคล้ายๆIMFเพื่อช่วยประเทศที่มีปัญหาวิกฤติการเงิน เงินทุนไหลออก ค่าเงินตก เหมือนที่ไทยเจอต้มยำกุ้งปี1997 และจะตั้งBRICS Development Bank หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาที่จะทำหน้าที่ปล่อยกู้โครงการพัฒนาเพมือนกับที่World Bankทำ ทั้งนี้ทั้งนั้น ธุรกรรมการเงินทั้งหมดจะไม่ใช้ดอลล่าร์ในเมื่อเขตเศรษฐกิจใหญ่ของโลกไม่เอาดอลล่าร์ แล้วดอลล่าร์จะเหลือซากอะไรของความเป็นเงินสกุลหลักของโลกที่ผูกขาด อันนำไปสู่ความพยายามที่จะปกป้องเปโตรดอลล่าร์ ด้วยการก่อสงครามในตะวันออกกลาง และสร้างวิกฤติในยูเครนเพื่อสกัดรัสเซียและแยกรัสเซียออกจากสหภาพยุโรป
จีนสมัยใหม่เดินสายพหุภาคีผ่านShanghai Cooperation OrganizationและBRICSแล้ว ยังเดินหน้าเพื่อสร้างให้หยวนเป็นเงินสกุลหลักของโลก ขณะนี้มีข้อตกลงทำหยวนสว๊อปกับ24ประเทศแล้ว โดยที่จะทำมาค้าขายกับประเทศคู่ค้าผ่านเงินหยวนและเงินสกุลของประเทศนั้น ประเด็นหลักคือไม่เอาดอลล่าร์สหรัฐฯ
เล่นเชือดดอลล่าร์กันนิ่มๆอย่างนี้ พี่โอถึงกับเต้น ออกอาการก้าวร้าว อ้างประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของสหรัฐฯอย่างเดียวในการก่อสงครามในตะวันออกกลางอีกรอบ เรื่องการเงินต้องยอมรับว่าจีนเดินเกมได้สุขุมลึกมาก โกยทองเข้าท้องพระคลังอย่างเดียว พอถึงเวลาจะออกพันธบัตรที่มีทองคำค้ำ เงินหยวนจะแข็งมีเสถียรภาพ ในขณะที่ค่าเงินประเทศอื่นๆที่อิงกระดาษกงเต๊กจะโดนเผาผีกัน
ด้องดูว่าหลุมฝังศพของLiang Shanboที่เปิดออกมาตอนขบวนแห่เจ้าสาวZhu Yingtaiผ่าน จะเปิดอ้ารับหยวน หรือดอลล่าร์และเงินกงเต๊กอื่นๆ (รู้สึกเงินบาทอยู่ในกลุ่มนี้)เข้าไป ใครดีใครอยู่

 

15. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto
มองไปข้างหน้า จีนสมัยใหม่มีทางเลือก2ทางในการสร้างความมั่นคงในระยะยาวของคนจีนประเทศทั้งทางกายและใจ
1. ในทางกาย การย้อนกลับไปรับเอาแนวเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง
2. และในทางใจการย้อนกลับไปหารากเหง้าเพื่อเสริมสร้างจิตใจที่ดีงาม รู้จักแยกแยะอะไรควรไม่ควรน่าจะเป็นทางออกของจีนสมัยใหม่
ถ้าประชากรจีน1,300ล้านคน ยังดิ้นรนที่จะแข่งกัน แย่งกันกินแย่งกันใช้ ตระเกียกตระกายเพื่อชีวิตที่ดีกว่าโดยมีเงินตราเป็นตัวตั้ง และมีความเห็นส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม ในขณะที่ช่องว่างระหว่างคนที่รวย หรือคนที่มีอำนาจกับคนจน ต่อไปจะเป็นปัญหาใหญ่ ยิ่งคนจนมีคุณภาพด้อย ต่อไปยิ่งจะเอาไม่อยู่เมื่อพวกเขาลุกฮือขึ้นมา การควบคุมประชากรเป็นพันล้านคนไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าต่างชาติเข้ามาเสี้ยมเรื่องสิทธิและประชาธิปไตย เหมือนช่วงเทียนอันเหมิ่นจะลำบาก คนจีนทุกวันนี้เดินทางออกนอกประเทศปีละ100ล้านคน ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ และเอากลัยมาเปรียบเทียบที่บ้านตัวเอง อันนี้จะเป็นปัจจัยที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่จีนสมัยใหม่ไม่มีความคล่องตัวที่จะเปลี่ยนอะไรได้อย่างเร็ว เพราะว่าขนาดประเทศและขนาดประชากรใหญ่มาก เหมือนเรือไทแทนิค เห็นภูเขาน้ำแข็งอยู่ข้างหน้าแล้ว แต่ยังเดินหน้าแล่นเข้าไปชนเพราะว่าอุ้ยอ้ายเลี้ยวหลบไม่ทัน ถ้าเป็นเรือหางยาวแบบบ้านเรา เลี้ยวนิดเดียวก็หลุดพ้นแล้ว
อย่างที่ที่นำเสนอแล้วในซีรีส์ตอนที่ 11 จีนกำลังเข้าสู่กับดักทุนนิยมการผลิตเพื่อการส่งออก โดยมีทุนนิยมการเงินคอยเป่าลูกโป่งให้โตอีกแรงหนึ่ง โมเดลนี้ต้องค่อยเลิกไป เพื่อหันกลับมาสู่วิธีเศรษฐกิจพอเพียง คือผลิตเพื่อการบริโภค ไม่เน้นการส่งออก อาจจะมีการผลิตส่วนเกินเพื่อการส่งออกบ้างพอหอมปากหอมคอ การเชื่อมสัมพันธ์กับกลุ่มBRICS กลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ หรือกลุ่มในยูเรเซีย รวมทั้งอาเซี่ยนในอนาคตเป็นไปแบบพอดีพอเหมาะ เพื่อเสถียรภาพของทุกประเทศ ไม่ใช่ทำอย่างอียูที่กำลังเจ้งอยู่ทุกวันนี้ เมื่อระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ ไม่ร้อนแรง ไม่เป็นฟองสบู่ ไม่เหมือนรถไฟความเร็วสูง การกระจายรายได้ถึงจะสามารถทำได้อย่างถนัดมือมากยิ่งขึ้น
การย้อนกลับไปสู่รากเหง้าของวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของอารยะธรรมจีนโบราณเป็นเรื่องที่จะต้องฟื้นฟู ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมที่ผ่านมาได้ทำลายรากเหง้าของจีนไปมาก ทำให้คนจีนส่วนใหญ่ที่เติบโตขึ้นมาจากบรรยากาศของลัทธิคอมมิวนิสต์ล้วนและถูกตัดขาดจากรากเหง้าจารีตวัฒนธรรมประเพณีเดิมจึงมีปัญหาในการรักษาสมดุลย์ของความเป็นคนจีนที่ควรจะเป็น จีนมีลัทธิขงจื้อ มีลัทธิเต๋าและพุทธศาสนามหายานเป็นพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ถือได้ว่าเป็นมรกดโลกทางอารยะธรรม ในขณะที่ลัทธิเต๋าและพุทธศาสนามหายานเน้นการหลุดพ้น ลัทธิขงจื้อเน้นจริยธรรม จริยวัตร มารยาทสังคม และหน้าที่ที่พึงกระทำของบุคคลในสังคมทั้งระดับตัวเอง ระดับครอบครัว ระดับชุมชุมและระดับประเทศ โดยบุคคลในแต่ละชั้นของสังคมต่างมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่างกัน
อุดมการณ์การศึกษาของขงจื้อสามารถเอามาปรับใช้ได้ เมื่อทุกคนมีพื้นเพการการศึกษาศิลปศาสตร์ตามรากฐานของขงจื้อคือ 1. พิธีกรรม 2. ดนตรี 3. ยิงธนู (ศิลปะการป้องกันตัวเอง) 4. ขี่ม้า(การกีฬา) 5. สังคมศาสตร์ 6. คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จะเป็นคนที่มีคุณภาพ จะรู้จักการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ และมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อผู้อื่นและประเทศชาติ
พื้นฐานนี้จะเป็นการสร้างชาติจีนสมัยใหม่ หลังจากยุคปฏิรูปของท่านเติ้งที่กำลังดำเนินมาอยู่ถึงทุกวันนี้ตั้งแต่ปีคศ. 1979 และจีนจะเป็นประเทศผู้นำที่แท้จริง นี้คือหนทางข้างหน้าที่จีนสมัยใหม่พึงเดินทางไปให้ถึง เมื่อนั้นจีนสมัยใหม่อาจจะประสบชัยชนะเหนือชะตากรรมหรือโศกนาฏกรรมของButterfly Loversก็เป็นไปได้

 

16. มองจีนสมัยใหม่ผ่านButterfly Lovers Concerto (ภาคอวสาน)
ถ้าจีนสมัยใหม่จะเป็นมหาอำนาจที่จะได้ใจประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศในภูมิภาคอื่นๆของโลกที่จีนคบค้าสมาคมด้วย จีนต้องเป็นผู้ให้ (give) ไม่ใช่เป็นเป็นรับ (take) การให้จะทำให้จีนได้ใจเพื่อนบ้าน เพราะมันแสดงถึงความเป็นผู้มีบารมีของพี่ใหญ่ ในเมื่อพี่ใหญ่รวยมีอำนาจ ก็แบ่งปันให้เพื่อนบ้านและคอยปกป้องเพื่อนบ้านการการรุกรานของศัตรูจากแดนไกล เมื่อเป็นเช่นนี้ภูมิภาคเอเซียจะกลายเป็นภูมิภาคที่มีความสงบสุข ไร้สงคราม และต่างคนต่างอยู่ด้วยความเคารพกันและรักใคร่กันดุจพี่น้องกัน
ปัญหาของจักรวรรดิโลกปัจจุบันนี้ของกลุ่มแองโกล อเมริกันปัจจุบัน อันประกอบด้วยสหรัฐฯ อังกฤษและอิสราเอล คือเป็นผู้เอาอย่างเดียว takeไม่มีวันหมดผ่านกระบวนการทำลาย (order out of chaos) นำไปสู่การฉกฉวยผลประโยชน์ใส่ตัวเอง ใครฉิบหายช่างมัน ขอให้กูได้ประโยชน์ก่อน โมเดลจักรวรรดินิยมนี้กำลังจะเสื่อม เหมือนกับยุคจักรวรรดิโรมันโบราณที่ต้องทำสงครามตลอดเวลา เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการบริโภคที่เกินตัวของผู้นำ ชนชั้นผู้ปกครองรวมทั้งประชาชนโรมัน ท้ายที่สุดเมื่อโรมสึกกร่อนแต่ภายใน ก็ประสบความล่มสลาย เพราะการสงครามที่ไม่หยุดหย่อนนำไปสู่ความฉิบหายทางการคลัง ศัตรูที่เป็นพวกอนารยะชนbarbariansเริ่มเรียนรู้เทคนิคการทหารของพวกโรมัน และเอาเทคนิคการทหารนั้นกลับมาทำลายโรม
ฉันใดก็ฉันนั้น สหรัฐฯเข้าทำสงครามในยุโรปและใช้นิวเคลียร์ถล่มญี่ปุ่น2ลูกในWW2 กลายเป็นผู้ชนะสงครามโลก ตั้งแต่นั้นมาสหรัฐฯวางรากฐานของการทำลายเพื่อการครอบงำมาตลอดผ่านโมเดล Order out of Chaos หรือเป้าหมายเกิดจากความไร้ระเบียบจนกลายเป็นจ้าวโลกผ่านทุนนิยมการเงิน การเปิดเสรี และข้ออ้างประชาธิปไตย เพื่อตักตวงทรัพยากรธรรมชาติทั่วโลก และให้ทุกประเทศอยู่ใต้กฎกติการะบบการเงิน และการค้าที่วางเอาไว้เป็นกับดัก
แต่จักรวรรดิแองโกลอเมริกันตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ จากการขึ้นมาท้าทายระเบียบโลกปัจจุบันนี้ของพี่ปู ท่านฉีและกลุ่มBRICS กลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่ใช้เทคนิคที่สหรัฐนเคยใช้กลับมาทิ่มแทงสหรัฐฯ เหมือนกับที่พวกอนารยะชนทำกับโรมันโบราณ
จีนสมัยใหม่มีโอกาสที่จะเป็นมหาอำนาจในซีกโลกนี้ โดยที่รัสเซียครองยุโรป และอินเดียและอิหร่านครองตะวันออกกลาง แบ่งๆกันไปในระเบียบโลกใหม่ของBRICS โดยที่UN, IMF, World Bankจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ไป เมื่อเป็นเช่นนี้ จีนสมัยใหม่มีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์โฉมใหม่ของการเป็นมหาอำนาจที่มีเมตตามีคุณธรรม พร้อมที่จะให้ และพร้อมที่จะปกป้องเพื่อนบ้าน ถ้าทำได้เช่นนี้ บรรพบุรุษของจีนอย่างท่านขงจื้อคงจะนอนตาหลับและภูมิใจมากกับการสร้างชาติจีนสมัยใหม่ ถึงแม้ว่าท่านขงจื้อต้องคอยนานถึง3,000ปี
และเมื่อนั้นจีนสมัยใหม่จะเอาชนะโศกนาฏกรรมได้ (triumph over tragedy) และผีเสื้อน้อยสองตัวที่เป็นตัวแทนรักอมตะของZhu Yingtai และLiang Shamboจะได้ไปผุดไปเกิดใหม่ รอวันหลุดพ้นจากสังสารวัฏในที่สุด

 

 

 

จาก facebook Thanong Fanclub

However many individuals become disconcerted when trying to order medicaments from the Web because they don't know what is accessible. To order medicines online from a preferred source is safe. Let's talk about how you can make sure that medications you get through a mail-order apothecary are sure. Verapamil is a calcium channel blocker. This drug works by relaxing the muscles of your core. Other medicaments are used to treat combustion caused by eczema. What about cost of cialis per pill and sexual disorders? What health care providers talk about cheap cialis pills? A spread form of sexual malfunction among men is the erectile disfunction. Young men with sexual heartiness problems need professional help. Some treatments will include couples therapy. Why it happen? Can sexual dysfunctions in men be treated? One way to improve erectile dysfunction is to make certain elementary lifestyle changes, another is curing. You can prevent the incidence of sexual troubles by having a healthy lifestyle. Any preparation may cause unwanted side effects. For some patients side effects can be actually serious. Get emergency help if you have any kind of an allergic reaction to this drug. Talk to your druggist to see if it’s sure to make the switch.