bg-head-3

ข่าวสาร

แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และอาเซียน ปี 2560

 

ปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและผันผวนอย่างต่อเนื่อง จากผลของหลายปัจจัย ทั้งนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา การเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป การปรับตัวเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งการฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าของเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา

 

ปี 2560 คาดว่าสหรัฐอเมริกาจะปรับเปลี่ยนมาใช้นโยบายทางการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินของประเทศกำลังพัฒนา และส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศทั่วโลก

 

เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังคงขยายตัวในอัตราที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาวะการลงทุนในประเทศยังไม่ฟื้นตัว และการบริโภคภาคครัวเรือนยังอ่อนแอ ขณะที่แรงกระตุ้นจากนโยบายการคลังจะแผ่วลง

 

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะขยายตัว 5.7% ในปี 2560 เศรษฐกิจอินเดียคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจาก 7.4% ในปี 2560 เป็น 7.8% ขณะที่เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะชะลอตัวลงจาก 6.5% ในปี 2560 เหลือ 6.3%

 

ในปี 2560 ความเสี่ยงที่สำคัญของเศรษฐกิจจีน คือ ภาวะฟองสบู่ของหนี้ กำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจจีนและอินเดียมีกันชนรองรับผลกระทบจากความผันผวนของปัจจัยภายนอกได้ดี เนื่องจากเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ กำลังซื้อในประเทศยังขยายตัวในระดับดี มีระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอ   

 

ปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนโดยรวมจะขยายตัว 4.6% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 4.5% ในปี 2560 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะขยายตัว 6.4% ผลจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน เศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัวสูง 6.3% เนื่องจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและภาคการก่อสร้างขยายตัวดี เศรษฐกิจมาเลเซียจะขยายตัวสูงขึ้น 4.4% ผลจากการปรับตัวดีขึ้นของการบริโภคภายในประเทศ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.5% เศรษฐกิจอินโดนีเซียจะขยายตัว 5.1%

 

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของเศรษฐกิจอาเซียน คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องในรัสเซีย และราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ตกต่ำ

 

อาเซียนต้องให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต ยกระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งเสริมรายได้ครัวเรือน ปรับปรุงบรรยากาศการลงทุน กระตุ้นความต้องการซื้อภายในประเทศ และพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้าในอาเซียนร่วมกัน

ภายใต้บริบทของโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ 

 

 

ขอบคุณที่มา : PostToday