bg-head-3

ข่าวสาร

“อาลีบาบา” ปักธง! “แปดริ้ว” รับอีอีซี ดันราคาที่พุ่งไม่หยุด

 

 

อาลีบาบากรุ๊ปจีบกนอ.หาพื้นที่ในการก่อสร้างแวร์เฮาส์ทำเป็นโลจิสติกส์พาร์ก เพื่อใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ วงในเผยสนใจที่แปลงใหญ่ค่ายเหมราช อมตะ สำรวจที่ดินพบฉะเชิงเทรา-บางปะกง พุ่งไม่หยุด

 

นายคณิศ แสงสุพรรณ คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะผลักดันการพัฒนาอีอีซี ทางอาลีบาบากรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของจีน มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานในการจำหน่ายสินค้าในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เพราะมองว่าการจำหน่ายสินค้าผ่านธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ในกลุ่ม CLMVยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ทางอาลีบาบากรุ๊ปจึงต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคโดยจะใช้ระบบการขนส่งสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเครื่องบิน รถไฟและไปรษณีย์ไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

สอดคล้องกับ แหล่งข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้อาลีบาบากรุ๊ป ได้ส่งรองประธานบริษัทเข้ามาพบกนอ. เพื่อขอให้กนอ.ช่วยหาพื้นที่ในการก่อสร้างแวร์เฮาส์โดยทำเป็นโลจิสติกส์พาร์ก เพื่อใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาด 5 หมื่นตารางเมตร หรือเกือบ 3 เท่าของราชมังคลากีฬาสถาน โดยพื้นที่ที่อาลีบาบากรุ๊ปต้องการคืออยู่ติดกับท่าอากาศยาน เบื้องต้นได้เข้าไปดูพื้นที่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งไม่ไกลจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไว้ 2 แห่ง หนึ่งในนั้นคือที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร

 

“ทางอาลีบาบากรุ๊ป แจ้งว่าการเข้ามาจัดตั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย จะมีการจ้างแรงงานประมาณ 1 หมื่นคน จึงขอให้รัฐบาลช่วยจัดหาแรงงานให้ พร้อมกับให้พิจารณากำหนดให้พื้นที่ที่จะใช้จัดตั้งแวร์เฮาส์ในการกระจายสินค้าเป็นเขตปลอดภาษี”แหล่งข่าวจากกนอ.ระบุ

 

ต่อเรื่องนี้นางสมศรี ดวงประทีป กรรมการบริหาร บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กล่าวกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่อาลีบาบาเข้ามาดูพื้นที่ก่อนหน้านี้ แต่ปิ่นทองเป็นพื้นที่ขนาดเล็กเพราะเหลืออยู่เพียง 1,000 ไร่จากเดิมมี 6,000 ไร่ทยอยขายเกือบหมดแล้ว และท่าทีทางอาลีบาบาจะสนใจที่แปลงใหญ่อย่างกลุ่มเหมราช หรือใครก็ได้ที่มีพื้นที่ผืนใหญ่ในอีอีซี มากกว่า โดย”ฐานเศรษฐกิจ”พยายามติดต่อไปยังผู้บริหารกลุ่มเหมราชและกลุ่มอมตะ แต่ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากผู้บริหารติดประชุม

 

อีอีซีฉุดแปดริ้วบูม

 

ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรานายวัฒนา รัตนวงศ์ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทราระบุว่านับจากรัฐบาลให้ความสำคัญให้ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นอีอีซี ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับสูงอย่างรวดเร็ว เห็นชัดตั้งแต่ปลายปี 2559เป็นต้นมา โดยเฉพาะทำเลติดถนนสายหลัก ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ขนาดแปลงที่ดิน 10 ไร่ ราคา เฉลี่ยไร่ละ15ล้านบาท ถัดเข้าถนนซอย อาทิ ถนนลาดยางขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 100 เมตรขนาดแปลง 10 ไร่ราคาไร่ละ 10 ล้านบาทเทียบจากปีที่ผ่านทำเลเดียวกัน ติดถนน ฉะเชิงเทรา -บางปะกง ราคา ไม่ถึง10ล้านบาท

 

ตัดวงแหวน2 ดันที่พุ่ง 100%

 

ขณะเดียวกันผังเมืองรวมจังหวัดยังกำหนด ให้กรมทางหลวงก่อสร้างถนนวงแหวนรอบ2 รอบเมืองฉะเชิงเทรา ระยะทาง 51กิโลเมตรระยะทาง 51 กิโลเมตรขนาด 4-6ช่องจราจรมูลค่า 1.8หมื่นล้านบาท แนวสายทาง ผ่าน เขตอำเภอเมือง อำเภอบางไทร อำเภอบางคล้า เชื่อมต่อกับ ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร รองรับการขยายตัวของเมือง จากกรุงเทพฯ มายังฉะเชิงเทรา ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนดโซนพัฒนาตามผังเมืองให้เป็นเมืองที่อยู่อาศัยรองรับอีอีซี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจเส้นทาง คาดว่าจะยิ่งทำให้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวปรับขึ้น กว่า 100 % ซึ่งปัจจุบันบริเวณแนวถนนวงแหวน ใหม่ เขตอำเภอเมือง ไร่ละ 8ล้านบาท เขตอำเภอบางคล้าไร่ละ 7-8 ล้านบาท

 

นายวัฒนา ฉายภาพว่ายังมีท่าเรือบ้านโพธิ์ ที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีแผนพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่โดยขุดร่องนํ้าขนาด 2,000 ตันกรอส จากปัจจุบัน 500 ตันกรอส แต่ถูกรัฐประหารเสียก่อน ท่าเรือแห่งนี้จะเป็นท่าที่สำคัญต่อการส่งออกสินค้า ซึ่งทำเลนี้จึงเหมาะที่จะเป็นศูนย์กระจายสินค้ามากที่สุด

 

 ปั้นเมืองอยู่อาศัยชั้นดี

 

นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ราคาที่ดินเคลื่อนไหวเร็วมาก ไม่เกิน 3ปี ทางหลวงสาย 314 “ฉะเชิงเทรา-บางปะกง จากราคาไร่ละ 8 ล้านบาท ขยับเป็น ไร่ละ 20 ล้านบาท และมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ รัฐบาลลงทุนรถไฟซึ่งจะเกิดการพัฒนารอบสถานีรอบๆตัวเมือง ซึ่งจะเกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่จะอยู่ชานเมือง ที่สามารถเชื่อมโครงข่าย มายังแหล่งงานได้ ซึ่งขณะนี้แบรนด์ดังเข้ามาในฉะเชิงเทรา อาทิ ลลิล

 

อย่างไรก็ดี ฉะเชิงเทรามีจุดเด่นในตัวเอง เนื่องจากเป็นทั้งศูนย์กลางคมนาคมทางอากาศ ใกล้สุวรรณภูมิ เพียง 40 กิโลเมตร ใกล้ สนามบินอู่ตะเภา อีกทั้งใกล้กทม. ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง อีกทั้ง ฉะเชิงเทราเอง ยังมีท่าเรือเอกชน รองรับ และเป็นจังหวัดที่ใกล้ฐานการผลิตอุตสาหกรรม โยรอบอาทิ จังหวัดปราจีนบุรี ระยอง ชลบุรี ฯลฯ จึงทำให้ ฉะเชิงเทราสามารถทำซีดีซีหรือศูนย์กระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นได้อย่างรวดเร็ว

 

ก่อนหน้านี้นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ให้สัมภาษณ์”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ EEC ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน คาดว่าจะแล้วเสร็จและเสนอให้ครม.พิจารณาในต้นเดือนก.พ. และส่งให้สนช.พิจารณาได้ในเดือนมีนาคมนี้ โดยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ คือ คือ

1. การแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน 2. การ ออกพ.ร.บ. กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

 

3. พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลการพัฒนา EEC กำหนดแนวทางการลงทุนในโครงการต่างๆระหว่างรัฐและเอกชน

 

ขอบคุณที่มา : Spring news