bg-head-3

ข่าวสาร

โครงการรถไฟไทย–จีน

 

ตามที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ชี้แจง ถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลแสดงความเห็นอ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเว้นใบอนุญาตนิติบุคคล บริษัทของจีน ที่ออกแบบ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

 

ให้สามารถออกแบบได้เลย ซึ่งไม่เป็นความจริง โครงการนี้ใช้กฎหมายปกติดำเนินการ โดยฝ่ายจีนต้องขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตาม พ.ร.บ.วิศวกรและ พ.ร.บ.สถาปนิก โดยมีคณะทำงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมกำหนดรายละเอียดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ไทยได้ส่งแบบสถาปัตยกรรมสถานีโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร จากการศึกษา โครงการรถไฟความเร็วสูง กทม.-นครราชสีมา ที่ออกแบบโดยสถาปนิกไทย ให้กับจีนเป็นต้นแบบ

 

สำหรับ วงเงินค่าออกแบบโครงการรถไฟไทย–จีน ในเบื้องต้นจำนวน 1,779.97 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ถึง 10,000 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว การใช้ ม.44 พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้เฉพาะเรื่องที่จำเป็นเช่น เร่งรัดคดีทุจริตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือเรื่องความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย เป็นต้น

 

ส่วนความร่วมมือไทย-จีน ในการสร้างรถไฟความเร็วสูงใช้งบประมาณสูงและมีรายละเอียดด้านเทคนิคมาก จึงต้องทำด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงความคุ้มค่าให้มากที่สุด โดยจะหาบทสรุปร่วมกัน เช่น บุคลากรจีนจะเข้ามาทำงานในไทยต้องยึดกฎหมายไทย เป็นต้น

 

บริบทของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไม่ใช่เพิ่งจะมาเริ่มต้นใน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นโครงการเก่าสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยหาข้อสรุปในการก่อสร้างไปแล้ว แต่มีเงื่อนไขที่ต้องแก้ไขมากมายโดยเฉพาะเรื่องของ สิทธิผลประโยชน์ในบริเวณสถานีรถไฟ รวมทั้งเรื่องของการบริหารจัดการ ที่จะแบ่งผลประโยชน์ระหว่างไทยกับจีน สิทธิในอาณาเขตโครงการทางรถไฟ จะมีมากน้อยแค่ไหน

 

ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเป็นปัญหากับประเทศไทยเท่านั้น ประเทศลาว เวียดนาม ในเส้นทางสายไหม ก็มีปัญหาเหมือนกัน จนต้องชะลอโครงการดังกล่าวเอาไว้

 

มาถึงยุคของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีการไปเจรจากับจีนถึง 4 รอบ ทั้งนายกฯ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รอบแรกตกลงจะให้จีนทำทั้งหมด แต่ถูกทักท้วงเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ รอบที่สอง ให้จีนสร้างบางส่วน และไทยสร้างบางส่วน ก็มีปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการอีก รอบที่สาม ไทยจะทำเองทั้งหมด ก็ติดขัดเรื่องของงบประมาณอีก จนถึงรอบที่สี่ ไทยทำเองแต่ขอกู้งบประมาณจากจีนและให้จีนดูแลด้านเทคนิค

 

กลับไปกลับมา

 

อีกไม่กี่เดือนรถไฟความเร็วสูง (140 กม.ต่อ ชม.) ก็จะลงหลักปักหมุด แต่ในรายละเอียดของโครงการที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าคุ้มค่าและเราได้ประโยชน์อย่างที่โฆษกรัฐบาลแถลง ยังเห็นไม่ชัด มีความคลุมเครือ ในโครงการรถไฟความเร็วสูงอีกหลายประเด็น

 

ว่าฝ่ายไหนได้ประโยชน์หรือเสียผลประโยชน์กันแน่.

 

 

ขอบคุณที่มา : ไทยรัฐ