Banner
“ไพศาล” แนะรัฐเร่งกำหนดยุทธศาสตร์อาหารรองรับวิกฤตโลกโดยด่วน Print E-mail
Written by กองบรรณาธิการ   
Monday, 13 June 2011 10:47


     นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ เตือนรัฐบาลเร่งกำหนดยุทธศาสตร์อาหารของประเทศให้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ขึ้นในโลก เผยคำเตือนเรื่องโลกแตกแท้จริงหมายถึงการล่มสลายของดอลลาร์เอ็มไพร์ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าในระยะไม่กี่ปีมานี้ มีคำพยากรณ์เรื่องโลกแตกหรือการสิ้นโลกอย่างแพร่หลายมาก ยิ่งในปัจจุบันนี้ไม่ว่าไปที่ไหนหรือคุยกับใครก็จะมีการยกเรื่องการสิ้นโลกมาพูดเสมอ แม้กระทั่งในตลาดบรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็พูดกันถึงเรื่องการสิ้นโลก บ้างก็เกิดความหดหู่ท้อแท้ซึ่งเป็นอันตรายต่อสังคม ที่สำคัญเป็นอันตรายต่อจิตใจตนเอง เพราะมนุษย์เรานอกจากอาหารทางกายแล้ว ยังต้องการอาหารทางจิต คือปีติ การหดหู่เป็นอาการขาดอาหารทางจิต ซึ่งถ้าเป็นนาน ๆ ก็จะกลายเป็นความเหี่ยวแห้งใจ กลายเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือโรคเฉาตาย ซึ่งอัตราการป่วยแบบนี้กำลังพุ่งกระฉูดทุกประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา แต่คนไทยกลับทำตัวเหมือนจวัก ไม่รู้รสแกง ซึ่งน่าเสียดาย ดังนั้นเพื่อยังชีวิตนี้ให้มีความสุข มีความเบิกบาน จึงต้องรู้ความจริงและกำจัดความหดหู่ พร้อมทั้งสร้างปีติให้เกิดขึ้นในใจ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าในฐานะที่ตนศึกษาเรื่องจักรวาล เรื่องโลก และเรื่องศาสนามามากมาย อยากจะบอกพี่น้องคนไทยให้ได้รู้ทั่วกันว่ายังไม่ถึงกาลสิ้นโลกอย่างแน่นอน เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้ 

     หนึ่ง พุทธันดรหรืออายุพระพุทธศาสนาของพระสมณะโคดมเพิ่งพ้นครึ่งมาแค่ 54 ปี ยังเหลือเวลาอีกกว่า 2,000 ปี ในเมื่อพระพุทธศาสนายังไม่สิ้น พระศรีอาริย์ยังไม่อุบัติ ย่อมยังไม่ถึงกาลสิ้นโลก 

     สอง ในศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ระบุชัดเจนว่า พระผู้มาโปรดพระองค์ใหม่ทรงพระนามว่าอิหม่ามมะดีห์ และบัดนี้พระองค์ก็ยังไม่ปรากฏพระองค์ ซึ่งจะสังเกตได้จากเงื่อนไข 3 ประการคือมีดวงไฟดวงใหญ่ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าด้านตะวันตก มีนักรบชุดดำปรากฏตัวในทะเลทราย และเมกกะปกครองด้วยผู้มีนามว่าอับดุลเลาะห์ เมื่อพระผู้มาโปรดพระองค์ใหม่ยังไม่มาโปรดย่อมยังไม่ถึงกาลสิ้นโลก 

     สาม ในศาสนาคริสต์ พระผู้มาโปรดพระองค์ใหม่ก็ถูกระบุนามว่าเมสซิอาร์ ซึ่งพ้องเสียงมากกับเมตไตรยะหรือพระศรีอาริย์เมตตรัย และพ้องเสียงมากกว่ามะหะดีห์ ก็ยังไม่อุบัติขึ้น ย่อมยังไม่ถึงกาลสิ้นโลก 

     สี่ แม้มนุษย์จะขุดเอาน้ำ น้ำมัน แก๊ส และพลังความร้อนจากใต้พื้นพิภพขึ้นมาใช้ ก็ยังมีปริมาณไม่ถึงขั้นที่จะทำให้โลกแตกสลายได้ แต่บัดนี้ได้เกิดสภาพโพลกกลวงใต้พิภพแล้ว จึงส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหว เกิดสึนามิมากขึ้นโดยเฉลี่ยวันละ 5 ครั้ง ความรุนแรงเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4.5 ริกเตอร์ ในพระไตรปิฎกระบุว่าพื้นผิวพิภพเป็นชั้นดิน มีชั้นน้ำรองรับ ใต้ชั้นน้ำเป็นชั้นลม ตรงกลางจากพิภพเป็นไฟ ซึ่งไฟที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันจากการระเบิดของภูเขาไฟก็ยังมีความร้อนแรงกล้า ไม่ต่างกับการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายปีก่อน แสดงว่าโลกยังอยู่ในวัยหนุ่มหรือวัยฉกรรจ์ ดังนั้นจึงยังไม่ถึงกาลสิ้นโลก 

     ห้า บรรดาเทหะวัตถุจากนอกโลกที่มีวิถีโคจรพุ่งตรงมายังโลกยังไม่ปรากฏชัดเจน แม้มีการคำนวณว่าจะมีอุกาบาศใหญ่วิ่งมากระทบโลกแต่ก็ยังไม่มีความแน่ชัดนัก การที่เทหะวัตถุพุ่งมากระทบโลกเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ถึงกับทำให้โลกแตก คราวนี้ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน เพราะในรอบระยะเวลาหลายล้านปี เทหะวัตถุจากนอกโลกยังไม่ทำให้โลกแตกได้ ในระยะพันหรือหมื่นปีจากนี้ไปโอกาสจึงมีน้อย 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าด้วยเหตุผลห้าประการที่ว่ามานี้ จึงเชื่อได้ว่ายังไม่ถึงกาลสิ้นโลก แต่สภาพภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด พายุ ที่รุนแรง ย่อมมากขึ้น อันเนื่องมาจากวิบากกรรมที่มนุษย์ได้กระทำต่อธรรมชาติและพิภพ ดังนั้นเมื่อยังไม่ถึงกาลสิ้นโลกแล้วเหตุไฉนจึงมีคำพยากรณ์เรื่องการสิ้นโลกกันมากมาย จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจความหมายกันให้ชัดเจน 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าความหมายเกี่ยวกับโลกนั้นย่อมหมายถึงโลกหรือพิภพที่มนุษย์เราอยู่อาศัยนี้อย่างหนึ่ง หมายถึงร่างกายอันยาววาหนาคืบที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้อีกอย่างหนึ่ง หมายถึงโลกอิเล็คโทรนิคส์หรือโลกใบเหลี่ยมแห่งยุคไอทีอย่างหนึ่ง และยังหมายความรวมถึงโลกทางเศรษฐกิจที่มีสกุลเงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนอีกอย่างหนึ่ง เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าโลกในความหมายที่เป็นพิภพยังไม่ถึงกาลแตกสลาย ก็กล่าวได้อีกต่อไปว่าโลกอันหมายถึงร่างกายย่อมมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป กันเป็นประจำ ไม่มีนัยสำคัญต่อเรื่องนี้ ส่วนโลกใบเหลี่ยมหรือโลกของคอมพิวเตอร์ก็กำลังพัฒนากันอย่างขนานใหญ่และมีการเกิดดับท่ามกลางการพัฒนานั้นเป็นธรรมดา จึงยังเหลืออีกโลกหนึ่งคือโลกเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ค่อยมีคนพูดถึงการแตกดับ ทั้งๆ ที่มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป แล้วมีการเกิดขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ ดับไป ตามกฎพระไตรลักษณ์เช่นเดียวกัน 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสัญญาณเตือนภัยเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจได้เกิดขึ้นอย่างถี่ยิบและมีขนาดความรุนแรงมากขึ้นทุกระยะ โดยเฉพาะระยะปัจจุบันนี้โลกเศรษฐกิจซึ่งมี 3 สกุลเงินเป็นหลักค้ำจุนโลกในความหมายนี้กำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจน นั่นคืออียูกำลังเผชิญวิกฤตอย่างรุนุแรง ยังไม่รู้อยู่หรือไป ดอลลาร์สหรัฐกำลังมาถึงจุดวิกฤตที่สุด นั่นคือสหรัฐได้กลายเป็นประเทศลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก ที่แต่ละวินาทีมีแต่หนี้เพิ่มขึ้นมหาศาล ในขณะที่ผลผลิตไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย สหรัฐได้ก่อหนี้โดยการพิมพ์เงินธนบัตรดอลลาร์จำนวนมหาศาลที่สุดและได้ก่อหนี้สูงสุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐและมนุษยชาติ ทำให้มียอดหนี้รวมทั้งสิ้นถึง 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 14 ทริลเลี่ยน เต็มเพดานการกู้ จนไม่สามารถกู้เงินได้ต่อไปอีกแล้ว เพราะถ้ากู้ต่อไปเงินดอลลาร์จะกลายเป็นเงินกงเต๊กทันที แต่ในขณะที่ไม่สามารกู้เงินมาใช้ได้ สหรัฐมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาล และจะต้องหาข้อยุติให้ได้ภายในไตรมาสนี้ ถ้าไม่มีทางแก้ไขก็หมายความว่ามหาอาณาจักรสกุลเงินดอลลาร์ของโลกก็จะถึงกาลพินาศลง 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการพินาศของโลกดอลลาร์ไม่ได้ทำให้สหรัฐพินาศแต่ชาติเดียว แต่ทำให้บรรดาประเทศทั้งหลายที่ถือสกุลเงินดอลลาร์ไว้เป็นเงินสำรองย่อมถึงกาลพินาศตามไปด้วย วันนี้จีนซึ่งมีหยวนเอ็มไพร์เป็นสกุลเงินหลัก มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นลำดับหนึ่งของโลก เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุดของสหรัฐ และถือครองเงินดอลลาร์เป็นเงินสำรองมากที่สุดของโลก ตามมาด้วยญี่ปุ่น ไต้หวันและลดหลั่นกันไปในประเทศทั้งหลาย แม้ว่าจีนจะพยายามแปรสภาพสกุลเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์อย่างอื่น จนกลายเป็นประเทศที่มีทองคำเป็นทุนสำรองมากที่สุดล้ำหน้าสหรัฐไปแล้ว และระบายเงินดอลลาร์สหรัฐออกไปถือสินทรัพย์อย่างอื่นมากมายแต่ก็ยังเทียบส่วนไม่ได้กับปริมาณเงินทั้งหมดที่ถือครองไว้ ยิ่งญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นโลกดอลลาร์พังพินาศลงวันไหน โลกเศรษฐกิจหรือเศรษฐกิจของโลกจะพังพินาศวันนั้น กระทบต่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนและการให้บริการทั่วโลก กระทบต่อการผลิตและการบริโภคทั่วโลก กระทบต่อสินทรัพย์และเงินทุนสำรองทั่วโลก และจะลากพาเอาเงินอียูและเงินหยวนพังตามไปด้วย สภาพอย่างนี้คือการแตกสลายของโลกเศรษฐกิจไม่ใช่หรือ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของสรรพสิ่ง เป็นกฎอันเที่ยงแท้ไม่แปรผัน อยู่นอกเหนือการคิดคำนวณและความหวังใด ๆ ของมนุษย์ ที่พระตถาคตเจ้าทรงยืนยันว่าต่อให้เป็นเทพ พรหม มาร อสูร หรือสัตว์ใด ๆ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่นไปได้ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าหากโลกเกิดวิกฤตถึงขั้นเรียกว่าโลกแตก สิ่งที่สำคัญแก่มวลมนุษย์ก็คืออาหาร ซึ่งขณะนี้การผลิตอาหารของทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตเช่นเดียวกัน จากผลของภัยแล้ง ภัยธรรมชาติ โลกร้อน การแปรปรวนของน้ำในโลก ดังที่ปรากฎให้เห็นในประเทศจีนที่แหล่งน้ำใหญ่ๆ แห้งขอดจนท้องน้ำแห้งขอดแตกระแหงลึกเป็นศอก และยังมีวาตภัยเข้าคุกคามประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลกอย่างโหดร้ายทารุณ อเมริกาและแคนาดาซึ่งเป็นสองประเทศผู้ผลิตอาหารในทวีปอเมริกาเผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างรุนแรง จนการผลิตจะพอกินเองหรือไม่ยังไม่รู้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสองประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงผู้คนทวีปออสเตรเลียก็เผชิญกับภัยแผ่นดินไหวไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งกระแสน้ำเย็นก็แปรปรวน สัตว์น้ำตายเป็นอันมาก คงเหลือแต่ทวีปเอเซีย ซึ่งมีไทย พม่า และเวียดนามที่เป็นประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลก เวียดนามก็คงต้องเผชิญกับวาตภัยใหญ่ ในขณะที่ไทยอาจจะเผชิญภัยสึนามิในภาคใต้บ้าง จึงคงเหลือพม่ากับไทยที่มีวิสัยจะผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลกได้เกือบเต็มที่ ในท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ก็อาจพูดหรือมองได้ว่า สวรรค์ประทานความยุติธรรมแก่ชาติไทยและคนไทยซึ่งประสบวิบัติจากนักการเมืองชั่วช้าสารเลวมาหลายปีเต็มทีแล้ว ให้ได้มีโอกาสลืมหน้าอ้าปากสักครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นเป็นโอกาสอย่างนี้ประเทศไทยควรต้องเตรียมการเรื่องยุทธศาสตร์อาหาร เร่งมืออย่างเต็มที่เพื่อผลิตอาหารตอบสนองต่อชาวโลกให้ทันท่วงที ด้านหนึ่งเพื่อรายได้ของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งก็เพื่อแบกรับภารกิจของมวลมนุษย์ ดังนั้นการตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของประเทศที่ถูกต้องจึงส่งผลต่อการกุมโอกาสอันยิ่งใหญ่หรือไม่ด้วย 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเมื่อปลายปีที่แล้วถึงต้นปีที่ผ่านมา ในขณะนั้นทองคำบาทละ 18,000 บาท ตนได้เขียนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คบออกล่าวมวลมิตรว่าราคาทองคำจะขึ้นไปที่บาทละ 24,000 บาท เป็นเหตุให้ถูกติเตียนจำนวนมากว่าโกหกหลอกลวง ทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องทองคำและนำเสนอทฤษฎีที่ผิดเพี้ยนมาก เพราะตนได้บอกกล่าวให้คนไทยใช้เกณฑ์ประมาณราคาทองคำว่าจะมีราคาประมาณเท่า ๆ กับราคาก๋วยเตี๋ยว 600 ชาม ซึ่งบัดนี้ราคาทองคำพุ่งมาถึงบาทละ 22,500 บาทแล้ว และคงจะพุ่งต่อไปอีก แต่สำหรับคนทุนน้อยหอยเล็ก ก็สามารถขายทำกำไรเสียรอบหนึ่งก่อนได้ตรงราคาใกล้ 24,000 บาท เพราะเมื่อถึงจุดนั้นแล้วทองคำอาจจะย่อตัวมาที่ 21,000 บาทอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็จะวิ่งฉิวไปที่ 28,000 บาท 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการที่สื่อมวลชนบางสำนักรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเป็นเจ้าโลกเพราะประสบความสำเร็จในการลงทุนในเหมืองทองคำในยูกันดานั้นเป็นเพียงข่าวปล่อย เท่าที่ทราบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ประสบความสำเร็จในเรื่องการลงทุนในเหมืองทองคำในยูกันดาแต่อย่างใด แต่ที่สำเร็จนั้นคือการได้สิทธิ์สัมปทานปลูกยางในประเทศแทนซาเนีย อาจจะถือว่าเป็นแค่การปล่อยข่าวโหมกระแสทองคำก็ได้ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าพวกนักค้าทองปั่นตลาดทองให้ลง ด้วยการให้ข่าวว่านายจอร์จโซรอสเทขายทองคำทั้งคลัง เป็นการพูดไม่หมด ถือได้ว่าเป็นการหลอกลวงนักลงทุน ซึ่งจะต้องไม่หลงเชื่อเป็นอันขาด และเป็นเรื่องน่ารำคาญที่คนไทยชอบหลอกลวงกันเอง ที่นายโซรอสเทขายทองคำนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่เพราะเห็นว่าทองคำไม่มีอนาคตเพราะเขาขายทองคำทั้งหมดเพื่อนำเงินไปลงทุนในเหมืองทองคำต่างหาก ทองคำจะพุ่งกระฉูดทุกครั้งที่มีข่าววิกฤตเงินดอลลาร์สหรัฐ และทุกครั้งที่มีข่าวการกว้านซื้อทองคำของจีน ทั้งๆที่ในขณะที่มีหลายประเทศที่กำลังเปลี่ยนสัดส่วนเงินสำรองจากกระดาษเป็นทองคำ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ควรติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ให้ใกล้ชิดและไม่ควรหลงเชื่อนักแหกตาตะวันตกเป็นอันขาด 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าจีนได้ซุ่มเงียบในการเพิ่มสัดส่วนของทองคำชาวโลกรู้แต่ว่ายูกันดาเป็นประเทศที่ผลิตทองคำได้มาก ซึ่งจริงเพียงส่วนเดียว หนึ่งในบรรดาประเทศที่ผลิตทองคำได้มากคือจีน ซึ่งรัฐบาลจีนได้ยอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่าจีนผลิตทองคำได้ปีละ 400 ตัน แต่มีการบริโภคหรือมีการลงทุนเข้าถือทองคำของภาคประชาชนและอื่น ๆ ปีละ 700 ตัน ทำให้ขาดแคลนอยู่อีกปีละ 300 ตัน ดังนั้นการที่มีข่าวปรากฏเป็นระยะ ๆ ว่าจีนนำเข้าทองคำปีละ 400 ตันจึงเป็นเรื่องเล็กมาก 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่าการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและมีคนเสนอความคิดอีกหลายคนให้แก้กฎหมายเกี่ยวกับทุนสำรองเงินตราให้เอาเงินสำรองไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ตนเห็นว่าเป็นการปล้นประเทศอย่างอำมหิต วันนี้นักวิชาการทางการเงินช่วยบอกทีได้ไหมว่าบรรดาเงินทุนทั้งหลายที่นำไปลงทุนต่างประเทศไม่ว่าของกองทุนไหน ๆ มีกองทุนไหนได้กำไรบ้าง ดีแต่มาแหกตาประชาชนกันเป็นรายวันซึ่งน่ารำคาญมาก ตนขอเรียกร้องธนาคารแห่งประเทศไทยให้พยายามเปลี่ยนสัดส่วนเงินทุนสำรองจากกระดาษมาเป็นทองคำให้มากที่สุด บรรดานักวิชาการหรือผู้อวดรู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจบการศึกษามาจากชั้นไหนควรจะสังวรตัวว่าความรู้เหล่านั้นเทียบได้กับพระสงฆ์รูปหนึ่งที่จบการศึกษาแค่ชั้นเปรียญสี่ คือหลวงตาพระมหาบัวได้หรือไม่ พระอริยสงฆ์องค์นี้มีอนาคตังสญาณอันแจ่มแจ้ง จึงระดมทองคำเข้าคลังหลวงตั้งแต่ทองคำบาทละ 5,000 บาท และระดมทองคำได้เกือบ 20,000 กิโลกรัม ทำให้ทุนสำรองเงินตราของประเทศแข็งแกร่ง และราคาเพิ่มขึ้นถึง 400% ในชั่วระยะเวลาสิบกว่าปี ตนกล่าวเรื่องนี้ไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามใคร แต่พึงเป็นอนุสติให้กับบรรดาพวกหัวนอกทั้งหลายได้ยั้งคิดบ้างว่าสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ไม่รู้นั้นอย่างไหนมากกว่ากัน กรณีเงินคลังหลวงของหลวงตาพระมหาบัวคือบทพิสูจน์กระจุ๋มกระจิ๋มอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่พวกหัวนอกไม่รู้ยังมีอีกมากนัก ดังนั้นจึงแทนที่จะคิดแก้กฎหมายเอาเงินทุนสำรองไปลงทุนต่างประเทศ ควรจะเพิ่มสัดส่วนเป็นทองคำให้มากขึ้นจะดีกว่า.