Banner
จดหมายข่าวนักศึกษาทุนหัวเฉียว


แบบฟอร์มการขอทุนการศึกษา ประจำปี2556 PDF Print E-mail
Thursday, 14 March 2013 00:00

แบบฟอร์มการขอทุนของมหาวิทยาลัยหัวเฉียว : http://www.thaizhong.org/images/stories/event/registerchinese.pdf

แบบฟอร์มการขอทุนของสมาคมฯ : http://www.thaizhong.org/images/stories/fruit/register.pdf

 

Last Updated on Monday, 18 March 2013 13:53
 
ประกาศฉบับที่ 1/2556 เรื่องการมอบทุนรุ่นที่ 9 PDF Print E-mail
Wednesday, 13 March 2013 00:00

alt

alt

alt

alt

สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการขอทุนได้ที่ http://www.thaizhong.org/index.php?option=com_content&view=article&id=2659

Last Updated on Saturday, 16 March 2013 09:40
 
เอกสารแนะนำการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ฯ ผ่าน สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน PDF Print E-mail
Friday, 01 June 2012 13:33

     ข้อมูลทั่วไป


     ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
     People's Republic of China (PRC)


     พื้นที่ประมาณ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก


     เขตการปกครองในประเทศจีน

     แบ่งเป็น 22 มณฑล 5 เขตปกครองตนเอง 4 เทศบาลนคร และ 2 เขตบริหารพิเศษ

   
     มณฑล

     กว่าง ตง (กวางตุ้ง) • กานสู้ (กานซู) • กุ้ยโจว • จี๋หลิน • เจ้อเจียง • เจียงซี • เจียงซู • ส่านซี • ซานซี • ซานตง • ชิงไห่ • ซื่อชวน (เสฉวน) • ฝูเจี้ยน • หยุนหนาน (ยูนนาน) • หูเป่ย์ • หูหนาน • เหลียวหนิง • เหอเป่ย์ • เหอหนาน • ไห่หนาน (ไหหลำ) • อานฮุย (อันฮุย) • เฮย์หลงเจียง 
   
     เขตปกครองตนเอง

     กว่างซีจ้วง (กวางสี) • ซินเจียงอุยกูร์ • ทิเบต (ซีจ้าง) • มองโกเลียใน • หนิงเซี่ยหุย 

    เขตบริหารพิเศษ

     มาเก๊า • ฮ่องกง 

    เทศบาลนคร

     ฉงชิ่ง (จุงกิง) • ช่างไห่ (เซี่ยงไฮ้) • เป่ย์จิง (ปักกิ่ง) • เทียนจิน (เทียนสิน)


     มณฑลฝู๋เจี๋ยน


    มณฑลฝูเจี้ยน หรือ มณฑลฮกเกี้ยน (จีน: Fujian) เป็นมณฑลชายฝั่งทะเลที่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน อาณาเขตทางภาคเหนือติดกับมณฑลเจ้อเจียง ภาคใต้ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ภาคตะวันออกติดกับช่องแคบไต้หวัน

    เมืองเซียะเหมิน

     เซียะเหมิน (จีน; อังกฤษ) เป็นเมืองในมณฑลฝูเจี้ยน ห่างจากเกาะไต้หวันประมาณ 1 กิโลเมตร มีสัญลักษณ์เป็นนกกระยางขาว เป็นเมืองท่าสำคัญ และเมื่อปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) ได้กลายมาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาษาท้องถิ่น คือ ภาษา หมิ่นหนานฮั้ว (ภาษาจีนฮกเกี้ยน)
สภาพอากาศ  แบ่งเป็น 4 ฤดู ช่วงหน้าร้อนก็จะร้อนเหมือนเมืองไทยตั้งแต่ มิ.ย. - ต้นเดือน ต.ค. หลังจากนั้นจะเข้าช่วงหนาวจะเริ่มตั้งแต่ปลาย ต.ค. - ปลายเดือน เม.ย. อุณหภูมิต่ำสุดในปี 2009 และ 2010 คือ 7 และ 5 องศาเซลเซียส(เดือน ธ.ค. -  ม.ค.) สูงสุด คือ 39 องศาเซลเซียส (เดือน ก.ค. -  ส.ค.)

     อาหาร หนักไปทาง มันๆ มาใหม่ๆ ถ้าหากไม่ชินแนะนำมาให้พกพวกเครื่องปรุง เช่น น้ำพริก น้ำปลา ซีอิ๋ว (ซีอิ๋วเมืองจีนไม่เหมือนบ้านเราครับ) น้ำจิ้มสุกี้ ฯลฯ ที่เป็นขวดเล็กๆ เพราะขนง่ายน้ำหนักไม่มาก หรือจะเป็นพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูปทั้งหลาย เช่น มาม่า (หรือยี่ห้ออื่นๆ) หมูหยอง หมูแผ่น ฯลฯ

     เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าที่ จีนใช้เหมือนที่ประเทศไทย คือ 220 V


     มหาวิทยาลัยหัวเฉียว วิทยาเขตหัวเหวิน

    มหาวิทยาลัย หัวเฉียว วิทยาเขต หัวเหวิน  สำหรับ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวที่ตั้งอยู่ ตั้งอยู่ใน เขตจิเหม่ย เมืองเซียะเหมิน มณฑลฟู๋เจี้ยน (หรือภาษาแต้จิ้วใช้คำว่า "ฮกเกี้ยน") สาธารณรัฐประชาชนจีน (สปจ.) โดย ม.หัวเฉียว มีวิทยาเขตหลัก อยู่ที่ เมืองฉวนโจวซึ่งห่างจาก เซียะเหมิน นั่งรถบัสประมาณ 1 ชม. 30 นาที
บริเวณสถานศึกษามีอาคาร สนง., ห้องเรียน.,ห้องสมุด, หอพัก และที่ออกกำลังกายทั้งหมดรวม 20 อาคาร (โดย คณะ ขรก. ทางมหาวิทยาลัยจัดให้พักที่ อาคารหมายเลข 17) ซึ่ง มีหอพักอยู่หลายอาคาร และมีห้องพักหลายประเภท
โดยห้องพักที่ ม.หัวเฉียว จัดให้คณะฯ เข้าพัก เป็นห้องพัก แบบ ห้องละ 2 คน มีห้องน้ำในตัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (มีเพียงค่าอินเตอร์เน็ตที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง และการติดตั้งจะเป็นคณะในกลุ่มต้องตัดสินใจกันเองว่าจะติดอย่างไร ข้อแนะนำ อยู่ที่ท้ายเอกสาร) สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้คือ โทรทัศน์, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องทำน้ำอุ่น และเฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน เช่น โต๊ะ เตียง ฯลฯ


     ส่วนวิทยาเขต หัวเหวิน จะเป็นเพียงวิทยาเขตทางภาษาเท่านั้น โดยมีสาขาวิชาที่เปิดสอนดังนี้

     1.หรือสาขาภาษาจีนสำหรับสอนคนต่างประเทศ 
  
     เปิด สำหรับคนจีนเท่านั้น เป็นสาขาที่สอนทักษะภาษาจีนเพื่อนำไปสอนคนต่างชาติคณะนี้ ถ้าเปรียบเทียบประเทศไทย คือ คณะศึกษาศาสตร์ เอกภาษาจีน นั่นเอง  ซึ่งเมื่อจบแล้วงานที่ตรงกับสาขาคือการเป็นครูสอนภาษาจีนให้กับคนต่างชาติ

     2.หรือสาขาภาษาจีน
  
     เป็น สาขาของคนต่างชาติ เป็นสาขาที่จะสอนทักษะด้านต่างๆ ของภาษาจีน รวมถึงวัฒนธรรม และความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับประเทศจีน โดยใช้เวลาทั้งหมด 4 ปี แต่ละปีมี 2 ภาคการศึกษา สำหรับ คณะ ขรก. จะได้เข้ามาเรียนกับ สาขานี้ หรือเป็นนักศึกษาคนหนึ่งในสาขานี้ 
  
     โดยสำหรับผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐาน ทางด้านภาษาจีน หรือมีเพียงเล็กน้อย จะให้เริ่มตั้งแต่ ปี 1 เทอม 1 ส่วนผู้ที่มีพื้นฐาน หรือได้ศึกษาภาษาจีนมาแล้ว ในช่วงสัปดาห์แรกจะมีให้ทำแบบทดสอบเพื่อประเมินว่าบุคคลนั้นๆ สามารถเข้าเรียนได้ในระดับไหน โดย
      ปี 1 จะสอนพื้นฐานทางด้านภาษาจีน(ฟัง พูด อ่าน  ไวยกรณ์) และวัฒนธรรม (ร้องเพลง, พลศึกษา, วาดรูป ฯลฯ)
      ปี 2 ยังคงสอนทักษะภาษาจีนแต่เพิ่มการเขียนเข้ามา รวมเป็น  ฟัง พูด อ่าน เขียน  และเพิ่มเติมวิชา อ่าน นสพ. , การเขียนเรียงความ, ภาษาจีนด้านธุรกิจ ฯลฯ
      ปี 3 และ 4 เมื่อศึกษาถึงปี 3 จะมีการให้แยกสาขาเรียน แบ่งเป็น 2 สาขา คือ ด้านการใช้ทักษะทางภาษาในการสอน (จบแล้วเป็นครูสอนภาษาจีน) และ ด้านธุรกิจ (วิชาเรียนจะเน้นหนักทางการใช้ภาษาในการติดต่อธุรกิจ)

     3.ม.ปลายสำหรับเด็กต่างชาติ

     เป็น ม.ปลายสำหรับคนต่างชาติ ที่จบการศึกษาระดับ ม 3 (เกรด 9) เข้ามารับการศึกษาต่อ ทั้งนี้ ก่อนจะเข้ารับการศึกษานี้ จะต้องไปเรียนที่สาขาที่อยู่ในข้อ 2 เพื่อปรับระดับภาษา และเมื่อเข้าเรียน สาขานี้แล้ว จะใช้เวลา 2 ปี สามารถกลับไป ต่อระดับ ปี 3 เทอม 1 ในสาขา ข้อ 2 ได้ทันที (สำหรับสาขานี้อาจจะอธิบายไม่ชัดเจนนักเพราะว่าระบบการศึกษาส่วนนี้ไม่ เหมือนกับประเทศไทยครับ)

     4.เด็กเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย

     เป็นสาขาเรียนสำหรับนักเรียน ม.ปลาย ที่สอบเข้า ม.หัวเฉียว แต่ทั้งนี้คะแนนยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงต้องมาเรียนเพื่อปรับระดับอีกครั้ง คล้ายคลึงกับการเรียน pre ในมหาวิทยาลัยคอร์สอินเตอร์ ในประเทศไทย

วุฒิการศึกษา


        โดยปกติหากเรียนจบ ในสาขาภาษาจีนสำหรับคนต่างชาติ (ข้อ 2) ซึ่ง คณะ ขรก. ทุนสมาคมฯ เข้าเรียนนั้นหากจบการศึกษา ปี 2 จะได้วุฒิ อนุปริญญา  และ จบการศึกษา 4 ปี จะได้วุฒิปริญญาตรี

     แต่ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2552 (รุ่นที่ 5 และ 6) ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากทางมหาวิทยาลัยว่า ทุนที่ทางมหาวิทยาลัยให้แก่สมาคมฯ เป็นทุนสำหรับการ "อบรมศึกษา" เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีการออกวุฒิการศึกษาให้ถึงแม้จะจบระดับปี 2 แล้วก็ตามโดยหลังจบการศึกษาจะมอบให้เป็น "ใบประกาศนียบัตร" ให้ว่าเคยได้เข้ารับการศึกษากับทางมหาวิทยาลัยฯ


     การใช้ชีวิต


     การ ทำอาหาร หอพักมหาวิทยาลัยตามกฎแล้วไม่สามารถทำอาหารได้ แต่ในทางปฏิบัติทางมหาวิทยาลัย ได้อนุโลมอย่างไรถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องครัวมาสามารถนำมาได้โดย แนะนำว่าให้มาหาซื้อที่ประเทศจีนเนื่องจากราคาไม่สูงมาก และจะได้ไม่เปลืองน้ำหนักใน   การนำสิ่งของอย่างอื่นมาด้วย รวมทั้งสำหรับบางหน่วยงานรุ่นก่อน (รวมทั้งรุ่นที่อยู่ปัจจุบัน) ได้ยังคงมีของที่เคยใช้และไม่ได้นำกลับจะได้ส่งต่อให้แก่รุ่นที่จะมาใหม่

     การ กดเงิน ตู้ ATM ในประเทศจีนนั้นสามารถใช้บัตรธนาคารประเทศไทยกดเงินได้เป็นปกติโดยกดหนึ่ง ครั้งเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท วงเงินสูงสุดได้ 2,500 หยวน/ครั้ง

     การปิด เทอม ช่วงปิดเทอมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงปิดเทอม ฤดูหนาว (ปลาย ม.ค. - ก.พ.) และช่วงปิดเทอมฤดูร้อน(กลางเดือน ก.ค. - ส.ค.) เมื่อปิดเทอม มหาวิทยาลัยจะจัดไปทัศนศึกษาต่างเมือง

   
     โทรศัพท์มือถือ มือถือที่นำมาจากประเทศไทยใช้ ซิม จีนได้ แต่หลายๆ รุ่นจะมีปัญหาเรื่องการรับ sms ภาษาจีน ถ้าเป็นโทรศัพท์มือถือธรรมดา (ไม่ใช่ pda) nokia อ่านภาษาจีนได้ (แต่ส่งเป็นภาษาจีนไม่ได้) หากเป็น pda สามารถลงภาษาเพิ่มได้ หากไม่สันทัดสามารถหาร้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยมีรับจ้างลง โปรแกรมมือถือ
การเดินทางไปเรียน อาคารที่ใช้ในการเรียน คือ อาคาร 16 (ห้องเรียนหลัก) และ อาคาร 14 (ห้องแลปการฟัง) ส่วนโรงอาหาร อยู่ข้างหอพักอีกเช่นกัน
การออกไปพักภายนอกหอพัก ทั้งนี้การพักภายในหอพักของสถานศึกษาเป็นเรื่อง “จำเป็น” เพราะเนื่องด้วยความสะดวกทุกประการ เช่น การติดต่อกันภายในคณะฯ, การเข้าร่วมกิจกรรม,ความปลอดภัย, การเดินทาง ฯลฯ 

     รวม ไปถึงการห้องพักที่มหาวิทยาลัยเตรียมไว้ให้ ถึงแม้จะมีความไม่สะดวกบางประการ หรือต้องมีการปรับตัวบ้าง แต่ยังคงมีข้อดีกว่าหลายอย่าง เช่น ไม่ต้องเสีย ค่าน้ำ - ไฟ, อยู่ใกล้จากอาคารเรียน ฯลฯ

     ทั้งนี้การพักภายนอก สำหรับกฎหมายของประเทศจีน เนื่องจากผู้ที่ได้รับทุนเป็นชาวต่างชาติจะต้องแจ้งกับทาง รร. หลังจากแจ้งทาง รร. เสร็จต้องนำใบแจ้งไป แจ้งที่สถานีตำรวจในบริเวณที่เราจะพักอาศัย จากนั้นต้องนำเอกสารที่สถานีตำรวจออกให้ มายื่นให้กับ รร. อีกครั้งนึง (การติดต่อทั้งหมดต้องใช้ภาษาจีน)
การเปิดบัญชี สำหรับผู้ที่ได้รับเบี้ยเลี้ยงจากหน่วยงาน (เช่น ขรก.กระทรวงกลาโหม) และผู้ที่ต้องการนำเงินที่พกมาไปใส่ไว้ในบัญชีธนาคาร ในช่วงสัปดาห์แรกที่มาถึงจะพาไปเปิดบัญชีสำหรับเก็บเงินซึ่งทั้งนี้ธนาคาร ของจีนที่เปิดสาขาในประเทศไทย ได้แก่ Bank of China  มีสาขาอยู่ที่สีลม และธนาคาร ICBC ที่เยาวราช
โดยข้อแนะนำในการนำเงินมาแบบที่สะดวกที่สุด คือพกเงินสดมาส่วนหนึ่ง และนำเงินดังกล่าวไปไปฝากไว้ในบัญชีที่เปิดกับธนาคารประเทศจีนเพื่อความ ปลอดภัย หลังจากนั้นถ้าต้องการเพิ่มเติมให้      กดจากบัญชีไทยด้วยบัตรเอทีเอ็มของไทย แต่ละครั้งด้วยจำนวนสูงสุดต่อครั้ง (2,500 หยวน) และนำเงินเท่าที่จะใช้พกไว้ส่วนที่เหลือใส่บัญชีไว้เพื่อความปลอดภัย


     การ ปิดเทอม ช่วงปิดเทอมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงปิดเทอม ฤดูหนาว (ปลาย ม.ค. - ก.พ.) และช่วงปิดเทอมฤดูร้อน(กลางเดือน ก.ค. - ส.ค.) เมื่อปิดเทอม มหาวิทยาลัยจะจัดไปทัศนศึกษาต่างเมือง

   
     การกรอกใบผ่าน ตม.

     การเดินทาง จะมีส่วนการกรอกสถานที่จะเดินทางเข้ามา ว่าจะพักที่สถานที่ใดให้กรอกว่า

     厦门,集美,华侨大学华文学院

     Xiamen,  Jimei , Chinese Language and Culture College of HuaQiao University

     (แปลว่า เมืองเซียะเหมิน, เขตจิเหม่ย, ม.หัวเฉียว วิทยาเขตหัวเหวิน)

     เหตุผลการเดินทางเข้ามา

     学习汉语   

     Studying

     (ศึกษาภาษาจีน)

     แต่ก่อนเดินทางหากไม่มีพื้นฐานทางภาษาจีนเลยก็กรอกเป็นภาษาอังกฤษได้


     ชมรมข้าราชการศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยหัวเฉียว
  
     เป็น ชมรมที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ ปี 2553 เป็นความร่วมมือของ ผู้ที่ได้รับทุนตั้งแต่ รุ่นที่ 1 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งหลังจากผู้ได้รับทุนทุกท่านได้เดินทางกลับประเทศไทย หลังจบการศึกษาแล้ว จะมีการรวมตัวจัดงานสังสรรค์ และร่วมทำกิจกรรมเพื่อได้มีการฝึกใช้ภาษาจีน และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานซึ่งเป็นการเพิ่มความสามัคคีกันระหว่าง องค์กร กระทรวง ในปัจจุบัน ประธานชมรม คือ พลเรือตรีสรชัช  บุญญนวฤทธิ์ ร.น. 
 

     สิ่งของต้องเตรียมมา

     1. หนังสือเดินทาง** ให้ตรวจสอบวันหมดอายุให้รอบคอบ

     2. วีซ่า** ซึ่งทางสมาคมฯ จะดำเนินการให้เป็นวีซ่าท่องเที่ยว 

     3. ใบตรวจสุขภาพ ** ใช้ในการทำวีซ่าศึกษาต่อ คือเอกสารสุขภาพที่ จะอยู่ในซองน้ำตาลซองเล็ก(ขนาด เอ 4) ที่มีตรา รพ.จุฬาฯ  (โดยผู้ที่ตรวจสุขภาพและได้ผลตรวจฯ แล้วจะได้ทั้ง 2 ซอง คือ ซองใหญ่ (ผลเอ็กซ์เรย์) และผลตรวจอื่นๆ (ซองเล็ก) โดยให้นำมาทั้งหมดซึ่งเริ่มแรกทางสมาคมฯ (หรือตนเอง) ได้จัดทำ         วีซ่าประเภท X มาจากประเทศไทยแล้วอายุจะ 3 เดือน หลังจากนั้นทาง ม.หัวเฉียวฯ จะนำ นร. ไปทำวีซ่าแบบศึกษาอายุ 1 ปี ซึ่งสำหรับเอกสารที่ต้องใช้ 

     4. รูปถ่าย 2 นิ้ว และ 1 นิ้วครึ่ง* ประมาณ 1 - 2 โหล เพราะระหว่างการเรียนจะต้องมีทำเอกสารต่างๆ ซึ่งต้องใช้รูป หากเตรียมไว้แล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการที่นี่

     5. ซิมใช้โทรต่างประเทศ สำหรับผู้ที่จะติดต่อกับคนที่ประเทศไทย จะมีหลายวิธี แต่วิธีทีประหยัดซึ่งหลายๆ คนทีนี่ใช้กันคือ true net talk  ซึ่งต้องสมัครที่เมืองไทย

     6. โทรศัพท์มือถือ* เพื่อใช้ในการติดต่อระหว่างที่อยู่ภายในประเทศจีน หรือโทรกลับประเทศไทยเมื่อมาถึงนี่ จะมีพาไปซื้อซิมที่ใช้ภายในประเทศจีน ส่วนค่าใช้จ่ายจะอยู่ประมาณ 50 - 100 หยวน (ไม่แน่นอนเนื่องจากขึ้นกับร้านที่จะไปซื้อ)

     7. บัญชีธนาคาร(ของประเทศจีน) ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ได้รับเบี้ยเลี้ยง หรือไม่ต้องการจะพกเงินสด              จำนวนมากติดตัวจะพาไปดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารของจีน) สำหรับผู้ที่จะกดเงินจากประเทศไทย                       ในเมืองเซียะเหมิน กดหนึ่งครั้งได้จำนวนมากที่สุด 2,500 หยวน/ครั้ง (ค่าบริการ 100 บาท/ครั้ง)

     8. อาหาร+ขนม  สำหรับผู้ที่ชอบรสจัด หรือรสเผ็ด เนื่องจากอาหารที่นี่ค่อนข้างไปทาง มันๆ ก็เลยอาจจะไม่ถูกปากในช่วงแรกๆ สำหรับคนที่กังวลเรื่องการกิน ขอให้คลายกังวลไม่จำเป็นต้องพกอะไรมามาก ถ้าจะนำมาแนะนำพวกซีอิ้ว กับ น้ำพริกต่างๆ หรือพวกของแห้งๆ เช่น มาม่า ก็เพียงพอแล้ว

     9. เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ  ทั้งนี้อากาศในเมืองเซียะเหมินช่วงต้นๆ ที่มาถึง ตั้งแต่ เดือน ส.ค., ก.ย. และ ต.ค. จะอยู่ในช่วงอากาศร้อน (ถึงร้อนมาก) โดยจะมีฝนตกบ้างเป็นบางวันแต่เมื่อเข้าปลายๆ เดือน ต.ค. จะเริ่มอากาศเย็น และจะเริ่มเข้าขั้นหนาวช่วงกลางเดือน พ.ย. และจะหนาวไปจนถึงเดือน เม.ย. อีกปี  โดยเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวในเมืองเซียะเหมินราคาไม่สูง สามารถหาซื้อได้ที่นี่
สำหรับบุคคลที่เป็น ขรก.ทหาร ชุดที่ต้องนำมา คือ "ชุดคอแบะ" สำหรับบุคคลที่เป็น ขรก.พลเรือน ชุดที่ต้องนำมา คือ "ชุดขาว" เนื่องจากสถาบันการศึกษาแห่งนี้ในบางปีจะต้องมีการรับเสด็จ "สมเด็จพระเทพฯ" รวมทั้งต้องพบกับ ขรก.ชั้นผู้ใหญ่ต่างๆ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการเข้าร่วมงานที่มหาวิทยาลัยจัด และขอความร่วมมือ จากคณะ ขรก. ที่มาศึกษาต่อในการแต่ง "เครื่องแบบ"
สำหรับ ทุกคน ชุดที่ต้องนำมา (อีกชุด) คือ "ชุดสูท" เพื่อเข้าร่วมงาน ที่มีระดับเป็นทางการ หรือกึ่งทางการ สำหรับ "ผู้ร่วมคณะที่เป็นผู้หญิง" ชุดที่ควรจะนำมา คือ "ชุดไทย (ประยุกต์)" เนื่องจากบางงาน หรือกิจกรรมบางอย่างจะต้องใช้ถ้ามีจะทำให้สะดวกมากขึ้น
 ชุดสำหรับใช้ในการศึกษา คือ "ชุดไปรเวท" (แบบสุภาพ) เช่น เสื้อยืดคอโปโล (คอปก) กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น เป็นต้น
 
     10. พจนานุกรม* ไม่ว่าจะเป็นแบบหนังสือหรือเป็นแบบไฟฟ้า สำหรับผู้ที่มาเริ่มต้นใหม่ ค่อนข้างจำเป็น เพื่อช่วยเหลือในการเรียนในห้วงแรกๆ (หรือถึงตอนเรียนจบเลย)

     11. โน๊ตบุ๊ก หากผู้ใดจะไม่พกพจนานุกรมมาก็สามารถนำโน๊ตบุ๊กมาเปิดเว็บไซต์ให้บริการ พจนานุกรมได้โดยมีเป็นจำนวนมาก หรือใช้ติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต

     12. เงิน** ทั้งนี้เมื่อมาถึงจะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น คือค่าทำวีซ่า 505 หยวน  และค่าหนังสือ ประมาณ 500 หยวน ที่จะต้องจ่ายให้กับ รร. อย่างไรก็ตามสำหรับท่านใดที่ได้รับทุนซึ่งรวมถึงเบี้ยเลี้ยงประจำวัน ขอให้เตรียมเงินสักก้อนมาเผื่อใช้จ่ายในช่วงแรกก่อนที่จะได้รับเงินเบี้ย เลี้ยงก้อนแรกครับ
  
     ค่าอาหารต่อมื้อ  หรือ ต่อเดือน  จากการสอบถามสมาชิกในรุ่นที่ 5 ขั้นต่ำอยู่ประมาณ 10 - 15หยวน/มื้อ (ข้อมูลล่าสุด ปี 2010 รุ่นที่ 6 ค่าอาหาร และค่าครองชีพเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10) หรือประมาณ 1,000 หยวน /เดือน  สำหรับการรับประทานอาหาร คำว่า "ขั้นต่ำ"  แปลว่า "เกือบทุกมื้อจะเป็นการรับประทานอาหารในโรงอาหาร"  โดยลักษณะการชำระเงินในโรงอาหาร มี 2 แบบ คือ

      1. ชำระด้วยเงินสด

      2. เติมเงินในบัตรนักศึกษา และใช้บัตรนักศึกษาชำระเงิน

   หาก จะมีการรับประทานอาหารข้างนอก แบบ "ไม่ฟุ่มเฟือย" คือ มีกินในโรงอาหารบ้างออกไปรับประทานอาหารข้างนอกบ้าง  ค่าอาหารจะอยู่ประมาณ 1,500 – 1,800 หยวน/เดือน (ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ยังกะประมาณไม่ถูก ขอแนะนำว่า วิธีคิดแบบง่ายๆ คือ   ขณะนี้ค่าครองชีพใน เซียะเหมิน เทียบเท่า กทม. ซึ่งแปลว่าที่ กทม.  ทุกท่านมีค่าใช้จ่ายอย่างไร อยู่ที่เซียะเหมินก็จะมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน)

     13. ชื่อภาษาจีน** เนื่องจากการดำเนินการทุกอย่างของ รร. สำหรับการศึกษา จะใช้ชื่อเราเป็นภาษาจีน หากเรามีอยู่แล้วขอให้เตรียมไว้ว่าเขียนอย่างไร ถ้าไม่มีสามารถหาคนตั้งให้ได้ก็ตั้งมาจากเมืองไทยได้แต่หากไม่มีในวันลงทะเบียนจะมี อจ.ของมหาวิทยาลัยเป็นผู้ตั้งให้

     14. ของที่ระลึก จากการเรียนผ่านมาเกือบหนึ่งปีได้สังเกตเห็นว่าจะมีการให้ของที่ระลึกแก่ อาจารย์ หรือเพื่อนคนจีนแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวางแผนจัดเตรียม และความสะดวกของแต่ละบุคคล

     15. Internet สำหรับการใช้งานที่นี่ตั้งแต่รุ่นที่ 1 เป็นต้นมาในแต่ละรุ่นจะตกลงในการติดตั้งกันเอง ซึ่งรุ่นที่ 7 (รุ่นล่าสุด) ส่วนใหญ่จะใช้ wireless กันโดยจะหาห้องตั้งจุดส่งสัญญาณจากนั้น แบ่งกันใช้เป็นกลุ่มๆ

     หมายเหตุ

     สัญลักษณ์ **     เป็นสิ่งของที่จำเป็นขาดไม่ได้ หรือหากขาดไปจะสามารถหาทดแทนได้ยาก

     สัญลักษณ์ *      อำนวยความสะดวกในการเรียน หรือการใช้ชีวิต

     ไม่มีสัญลักษณ์    นำมาไม่มาก็ได้ไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตมากนักแต่เพียงเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น


     แหล่งข้อมูล
http://th.wikipedia.org/      http://www.hqu.edu.cn/  
http://hwxy.hqu.edu.cn/   http://hwxy.hqu.edu.cn/vodhw/index.asp (ทิวทัศน์ของสถานศึกษา)


     จัดทำเมื่อ   4  ส.ค.53
     ปรับปรุง     31 พ.ค.55

 

ขอขอบคุณ... ร้อยโท กมล มหาภิรมย์ และคณะ (รุ่นที่6)

Last Updated on Monday, 18 March 2013 13:56