bg-head-3

บทความ

จีนศึกษา วันพุธที่ ๒ มิ.ย.๖๔ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญในการประชุมวิชาการของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ครั้งที่ ๒๐

จีนศึกษา วันพุธที่ ๒ มิ.ย.๖๔ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญในการประชุมวิชาการของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ครั้งที่ ๒๐ การประชุมวิชาการครั้งที่ ๑๕ ของสถาบันวิศวกรรมศาสตร์จีน และการประชุมแห่งชาติครั้งที่ ๑๐ ของสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน เมื่อวันที่ ๒๘ พ.ค.๖๔ ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง (ตอนที่ ๒) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 
๑. การกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการเป็นประเทศที่มุ่งเน้นนวัตกรรมเป็นอันดับต้นๆ ภายในปี ๒๐๓๕ (พ.ศ.๒๕๗๘) และทำให้การพึ่งพาตนเองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ
     ๑.๑ ประการแรก เสริมสร้างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นต้นฉบับ โดยยืนหยัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความเข้มแข็งสำหรับประเทศ เสริมสร้างความเข้มแข็งในการวิจัยขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นข้อกำหนดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการพึ่งพาตนเองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  
     ๑.๒ ประการที่สอง เสริมสร้างศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบนวัตกรรมแห่งชาติ มหาอำนาจทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลกแข่งขันกับกองกำลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติมหาวิทยาลัยวิจัยระดับสูงและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของกองกำลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
     ๑.๓ ประการที่สาม พัฒนาระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสร้างระบบพื้นฐานที่สนับสนุนนวัตกรรมที่ครอบคลุม จำเป็นต้องปรับปรุงระบบใหม่ทั่วประเทศภายใต้เงื่อนไขเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยม
     ๑.๔ ประการที่สี่ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิดและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก จำเป็นต้องประสานการพัฒนาและความมั่นคง วางแผนและส่งเสริมนวัตกรรมด้วยมุมมองระดับโลก บูรณาการเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลกโดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสุขภาพของมนุษย์ รวมทั้งเสริมสร้างการวิจัยและพัฒนาร่วมกับนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากประเทศต่างๆ ต้องริเริ่มในการออกแบบและเป็นผู้นำโครงการวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ระดับนานาชาติโดยจัดตั้งกองทุนวิจัยทางวิทยาศาสตร์
     ๑.๕ ประการที่ห้า เพื่อกระตุ้นพลังแห่งนวัตกรรมของผู้มีความสามารถทุกประเภทและยกระดับความสามารถสู่ระดับโลก ซึ่งประเทศต้องพึ่งพาผู้มีความสามารถเชิงนวัตกรรมระดับสูงเพื่อให้บรรลุการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีระดับสูง
 
๒. ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เน้นย้ำว่า จะผลักดันให้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น รวมทั้งประกาศการสร้างสรรค์ประเทศให้แข็งแกร่งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลก โดยเมื่อถึงปี ๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) จีนจะพัฒนาเป็นประเทศเชิงนวัตกรรม และเมื่อถึงปี ๒๐๓๐ (พ.ศ.๒๕๗๓) จีนจะพัฒนาเป็นประเทศนำหน้าในเชิงนวัตกรรม จนถึงปี ๒๐๔๙ (พ.ศ.๒๕๙๒) ซึ่งครบรอบ ๑๐๐ ปี ของการสถาปนาประเทศ จีนจะพัฒนากลายเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในระดับโลก
 
บทสรุป

นับตั้งแต่การประชุมใหญ่ครั้งที่ ๓ ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ ๑๘ ได้มีการปฏิรูประบบนักวิชาการโดยบรรลุผลในเชิงบวก และการประชุมสมัชชาครั้งที่ ๕ ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ ๑๙ เสนอให้มีการปฏิรูประบบวิชาการให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อคืนตำแหน่งนักวิชาการให้เป็นเกียรติและในการคัดเลือกนักวิชาการจำเป็นต้องทำลายลำดับความอาวุโส รวมทั้งขจัดอิทธิพลของปัจจัยที่ไม่ใช่นักวิชาการ และเสริมสร้างการกำกับดูแลทางสังคมตลอดจนรักษาความบริสุทธิ์ของตำแหน่งนักวิชาการ
 
ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

 http://www.xinhuanet.com/politics/2021-05/28/c_1127505377.htm