bg-head-3

บทความ

จีนศึกษา วันอาทิตย์ที่ ๑๗ พ.ย.๖๒ ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางทหารของจีน

ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. เมื่อวันที่ ๑๕ พ.ย.๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้จัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพ เพื่อให้การต้อนรับ พลเอก เว่ย เฟิงเหอ (Wei Fenghe) มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน ณ ลานอเนกประสงค์ ในศาลาว่าการกลาโหม โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
        ๑.๑ พล.อ.เว่ย เฟิ่งเหอ ได้กล่าวย้ำว่าความสัมพันธ์ ไทย - จีน ถือเป็นแบบอย่างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่ดีที่สุด ทั้งนี้ จีนพร้อมที่จะพัฒนาและผลักดันยกระดับความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศให้มากขึ้น โดยจะเชิญแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและประสานพูดคุยทางยุทธศาสตร์อย่างใกล้ชิด และเสนอให้มี “คณะกรรมการทางทหาร” ทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและด้านอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน พร้อมทั้งยืนยันการเคารพความเสมอภาค ไม่แทรกแซงกิจการภายในของทุกประเทศและการมีส่วนร่วมแก้ปัญหากับภูมิภาคอย่างสันติวิธี
        ๑.๒ พลเอก ประวิตรฯ กล่าวยินดีให้การสนับสนุนยกระดับความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในฐานะประธานอาเซียน ไทยพร้อมที่จะผลักดันการเสริมสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา พร้อมทั้งขอขอบคุณที่จีนสนับสนุนต่อความร่วมมือในฐานะประธานร่วมในคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายที่ผ่านมาและพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนในคณะทำงานด้านอื่น ๆ ด้วย
        ๑.๓ ทั้งสองฝ่าย จะได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือของด้านการป้องกันประเทศ ระหว่างกระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศ ในวันที่ ๑๗ พ.ย.๖๒ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การขับเคลื่อนความร่วมมือทางทหารของทั้งสองฝ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

๒. พลเอก เว่ย เฟิงเหอ มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting-Plus หรือ ADMM-Plus) ครั้งที่ ๖ เพื่อร่วมหารือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศในระดับยุทธศาสตร์ ซึ่งในระหว่างการประชุมฯ จะเดินทางไปเยี่ยมชมงาน Defense & Security 2019 และชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหารในการต่อต้านการก่อการร้ายและการบรรเทาภัยพิบัติของกองทัพ ที่จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๑ พ.ย.๖๒ ณ ศูนย์แสดงสินค้าเมืองทองธานี เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการรับมือกับการก่อการร้ายและการช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งพัฒนาการความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

๓. ข้อสังเกต
        ๓.๑ กระทรวงกลาโหมไทยได้กำหนดแนวคิดเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงในการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting) หรือ ADMM ครั้งที่ ๑๓ และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus) ครั้งที่ ๖ ในรูปแบบของ 3S คือ Sustainable-Security เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ยั่งยืน Strengthening Consolidating and Optimizing Defence Cooperation เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง บูรณาการขับเคลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือด้านความมั่นคงไปข้างหน้าร่วมกัน และ Supporting Cross-Pillar Activities เพื่อสนับสนุนกิจกรรมคาบเกี่ยวระหว่าง ๓ เสาความร่วมมือ และส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค ในการพัฒนาความอยู่ดีกินดีของประชาชนอาเซียนให้เท่าเทียมกัน
        ๓.๒ ภายใต้กรอบการประชุม ADMM-Plus ได้มีการจัดตั้งกลไกเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาที่สอดคล้องกับความท้าทายด้านความมั่นคงของภูมิภาคมีชื่อเรียกว่าคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (ADMM Plus Experts’ Working Groups) หรือ ADMM Plus-EWGs ปัจจุบันกลไก ดังกล่าว ประกอบด้วยคณะทำงาน ๗ ด้าน โดยหมุนเวียนการเป็นประธานร่วมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ในทุกวงรอบ ๓ ปี (วงรอบปัจจุบัน เม.ย.๖๐ - เม.ย.๖๓) ได้แก่
                (๑) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ หรือ EWG on Humanitarian Assistance and Disaster Relief มีตัวย่อว่า EWG on HADR มาเลเซีย-สหรัฐอเมริกา
                (๒) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเล EWG on Maritime Security สิงคโปร์-เกาหลีใต้
                (๓) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการแพทย์ทหาร EWG on Military Medicine เมียนมา-อินเดีย
                (๔) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย EWG on Counter Terrorism ไทย-จีน
                (๕) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ EWG on Peacekeeping Operations อินโดนีเซีย-ออสเตรเลีย
                (๖) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม EWG on Humanitarian Mine Action สปป.ลาว-รัสเซีย
                (๗) คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ EWG on Cyber Security ฟิลิปปินส์-นิวซีแลนด์

บทสรุป
ความเคลื่อนไหวทางทหารของจีน นอกเหนือจากการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา หรือ ADMM-Plus ครั้งที่ ๖ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๙ พ.ย.๖๒ แล้ว ในระหว่างวันที่ ๙ – ๒๒ พ.ย.๖๒ ยังมีการซ้อมรบร่วมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่เมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (กวางสี) สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนับเป็นการซ้อมรบต่อต้านการก่อการร้ายทางบกครั้งใหญ่สุดตั้งแต่จัดตั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญขึ้นในปี ๒๐๑๑ (พ.ศ.๒๕๕๔) เป็นต้นมา สำหรับการซ้อมรบร่วมครั้งนี้ มีประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศในอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ๘ ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ และรัสเซีย) ตลอดจนศูนย์การแพทย์ทางทหารอาเซียน เข้าร่วมการซ้อมรบโดยแบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน ซึ่งเริ่มตั้งแต่การฝึกซ้อมระหว่างไทย-จีน การฝึกซ้อมระหว่างหลายประเทศ และการซ้อมรบร่วม

ประมวลโดย พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล


ข้อมูลจากเว็บไซต์
https://tna.mcot.net/view/5dc77d2ee3f8e40b283aea46

http://thai.cri.cn/20191114/b494d947-9ccb-5976-c18c-2418947a7226.html

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2657998947591880&id=100001454030105

https://www.brandbuffet.in.th/2019/03/asean-senior-defense-staff-working-group-meeting/

https://mod.go.th/Image-Gallery/ADMM-2.aspx

https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_3050291

https://www.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/3788485457843613