bg-head-3

บทความ

จีนศึกษา วันอาทิตย์ที่ ๒๑ ต.ค.๖๑ : การพบและหารือร่วมกันระหว่าง พลเอก เว่ย เฟิงเหอ กับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

การพบและหารือร่วมกันระหว่าง พลเอก เว่ย เฟิงเหอ ( Wei Fenghe ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน (รมว.กห.สปจ.) กับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รอง นรม. และ รมว.กห.) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

๑. ในการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (รมว.กห.อาเซียน กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา) ครั้งที่ ๕ (ADMM - Plus) ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ ต.ค.๖๑ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. และ รมว.กห. พร้อมด้วยปลัดกระทรวงกลาโหมได้รับเชิญ ให้เข้าพบและหารือทวิภาคี กับ รัฐมนตรีกลาโหมประเทศต่างๆ ๕ ประเทศ โดยในภาพรวม รอง นรม.และ รมว.กห. ได้กล่าวถึง ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นทางทหารของไทยกับแต่ละประเทศ ซึ่งพร้อมที่จะพัฒนา เปิดกว้างและให้ความร่วมมือกับทุกประเทศ ในการรักษาผลประโยชน์ร่วมและความมั่นคงของภูมิภาค พร้อมทั้งยืนยันถึงจุดยืนของพัฒนาการระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ของไทย และความพร้อมในการทำหน้าที่เจ้าภาพจัดประชุมกลาโหมอาเซียน (กห.อาเซียน) ในปี ๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓)

๒. ท่าทีของ รมว.กห.สปจ.
        ๒.๑ จีนแสดงท่าทีถึงความพร้อมที่จะยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางทหารที่แนบแน่นกับไทยมากขึ้น ทั้งด้านการฝึก ศึกษา การแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ การกระชับความร่วมมือระดับพหุภาคี
        ๒.๒ รมว.กห.สปจ. ได้กล่าวชื่นชมบทบาทนำของ กห. ไทยในอาเซียน โดยพร้อมสนับสนุนในการทำหน้าที่เจ้าภาพจัดประชุม กห. อาเซียน ปี ๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) พร้อมทั้งขอเชิญ รมว.กห. เยือนจีนอย่างเป็นทางการ

๓. ข้อสังเกต เกี่ยวกับการประชุม รมว.กห.อาเซียน กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ ๕
        ๓.๑ ก่อนการประชุม รมว.กห.อาเซียน กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา ทั้ง ๘ ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ และรัสเซีย) ได้มีการประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง รมว.กห.อาเซียน - รมว.กห.สหรัฐฯ , รมว.กห.อาเซียน - รมว.กห.สปจ. และ รมว.กห.อาเซียน - รมว.กห.ญี่ปุ่น
        ๓.๒ ต่อจากนั้น ได้มีการประชุม รมว.กห.อาเซียน (๑๐ ประเทศ) กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา (๘ ประเทศ) ครั้งที่ ๕ โดยที่ประชุมรับทราบ รายงานพัฒนาการล่าสุดของอาเซียน พร้อมทั้ง ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการต่อต้านภัยคุกคามของภูมิภาคอินโดแปซิฟิกร่วมกัน โดยที่ประชุมมีความกังวลร่วมกัน ถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ที่ขยายตัวเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น และมีการใช้เทคโนโลยีไซเบอร์เป็นเครื่องมือสนับสนุนและเชื่อมโยง จึงจำเป็นต้องเพิ่มพูนความร่วมมือ วางแผนป้องกันและรับมือกันมากขึ้น นอกจากนั้น ปัญหาทะเลจีนใต้ที่เปิดกว้างและเสรี จำเป็นต้องได้รับการเคารพและยอมรับกติกาหรือกฎหมายระหว่างประเทศร่วมกันมากขึ้น ดังนั้นการสื่อสารร่วมกันอย่างใกล้ชิดสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจกันจึงมีความสำคัญยิ่ง ต่อความสงบร่วมกันของภูมิภาค จากนั้น ได้ลงนามร่วมกันใน แถลงการณ์ร่วม ว่าด้วย การป้องกันและต่อต้านภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเชิงปฏิบัติ
        ๓.๓ ต่อจากนั้น ได้กระทำพิธีส่งมอบการเป็นประธานการประชุม รมว.กห.อาเซียน และการประชุม รมว.กห.อาเซียน กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา จากประเทศสิงคโปร์ให้กับประเทศไทย โดย พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณประเทศสมาชิก ที่ร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาขีดความสามารถและเตรียมความพร้อม สำหรับการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาคในอนาคต พร้อมกับย้ำ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน ในปี ๒๐๑๙ (พ.ศ.๒๕๖๒) ที่จะส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือให้ประเทศสมาชิกทั้ง ๑๐ ประเทศ ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เพื่อสร้างประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและมองไปสู่อนาคตอย่างมีสมดุล ในทั้งสามเสาความร่วมมือ ภายใต้แนวคิด ความมั่นคงที่ยั่งยืน การเสริมสร้างความเข้มแข็ง การบูรณาการขับเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือด้านความมั่นคง และการสนับสนุนกิจกรรมคาบเกี่ยวระหว่าง ๓ เสาความร่วมมือ โดยดำรงไว้ซึ่งความเป็นแกนกลางอาเซียน เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

บทสรุป

     ปัจจุบันภาพรวมด้านความความมั่นคงของภูมิภาคมีเสถียรภาพมากขึ้น จากพัฒนาการและความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของ กห.อาเซียน และประเทศคู่เจรจา โดยพัฒนาเป็นกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรมของประชาคมระหว่างประเทศ ในการเสริมสร้างการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในมิติต่างๆ ร่วมกัน เพื่อการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาคในอนาคต ขณะที่ ท่าทีของ รมว.กห.สปจ. เน้นถึงการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เช่นเดียวกับพลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของจีน ที่ได้พบปะหารือกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. และรมว.กห. เมื่อวันที่ ๒๔ เม.ย.๕๘ และได้เสนอความร่วมมือในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นใน ๔ ประเด็น ได้แก่ (๑) เสนอให้มีการยกระดับความร่วมมือทางทหารให้สูงขึ้น (๒) เสนอให้มีการขยายความร่วมมือไปสู่การฝึกร่วมผสมทั้ง ๓ เหล่าทัพระหว่างกัน (๓) สนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ (๔) จีนพร้อมให้การสนับสนุนไทยในการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทางทหารอาเซียน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ทหารของภูมิภาค ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีของจีนที่สนับสนุนการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในทุกด้านกับไทย

ประมวลโดย : พลตรีไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

ข้อมูลจากเว็บไซต์

http://www.oananews.org/content/news/politics/gen-prawit-attend-asean-defence-ministers%E2%80%99-meeting

https://amp.mgronline.com/politics/9610000102959.html

https://www.facebook.com/%E0%B9%82%E0%B8%86%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1-304086039798233/

http://www.thaitribune.org/contents/detail/302?content_id=19959&rand=1507665662

https://www.mindef.gov.sg/web/portal/mindef/news-and-events/latest-releases/article-detail/2018/october/19oct18_fs